Member Log in สมัครสมาชิก
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
โปรแกรมค้นหาคำในพระคัมภีร์ Search by Scriptures
Search by Scripture..Eng!
經 文 查 尋 ... Chi!
อ่าน พระคัมภีร์ Read Bible Online!
New Testament
พันธสัญญาใหม่
聖經 Online!
อ่าน บทเรียนชีวิต Read Life Study Online!
Life Study of the Bible
บทเรียนชีวิต เยเนซิศ
生命讀經
อ่าน หนังสือฝ่ายวิญญาณ Read Online!
วอชแมน นี Books by Watchman Nee...Eng!
วิทเนส ลี Books by Witness Lee...Eng!
ชีวิตคริสเตียนที่ปกติ
พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง
สิบสองตระกร้า
ประสบการณ์พระคริสต์
ทำความรู้จักกับชีวิต
ฟังการกระจายเสียง Boardcast
หนังสือบทเรียนชีวิต - อังกฤษ Life Study of the Bible
ข้อพระคัมภีร์ Scripture Readings
บทเพลงสรรเสริญ Hymns
Englsih/ ฟังบทเพลงอังกฤษ
English/ ซื้อบทเพลงอังกฤษ
Chinese / ซื้อบทเพลงจีน
Thai / ไทย
กิตติคุณ 福音
Falsely Accused
The Silent Question
ความหวังที่มีชีวิตนิรันดร์
ภัยพิบัติ สึนามิ
ความลี้ลับแห่งชีวิตมนุษย์
福音故事
福音單張
有神
人生的意義
到底有沒有神
Our Greatest Treasure
ศาสนาใดถูกต้อง? ศาสนาอะไรดีที่สุด
ไม่มีทุกข์ใดบนโลกนี้ที่สวรรค์ไม่อาจเยียวยาได้
What Touch God
พระเจ้ามีจริง? / คุณพิสูจน์ได้หรือว่าพระเจ้ามีจริง? / พระเจ้ามีจริงหรือ?
ศาสนาใดถูกต้อง?
มนุษย์คืออะไร,มนุษย์คือใคร,มนุษย์มาจากไหน,ใครสร้างมนุษย์
มีพระเจ้า
The Mystery of Human Life
ศูนย์ฝึกฝนเต็มเวลา:วัยกลางคน Middle-Age Training Center
ไต้หวัน / Taiwan
อเมริกา / USA
ศูนย์ฝึกฝนเต็มเวลา Full-Time Training Center
1989 USA
2005 Japan
1992 Russia
1993 New Zealand
1986 Taiwan
1997 England
1985 Philippines
2003 Hong Kong
2002 Mexico
2000 Malaysia
1999 Thailand
1995 Indonesia
1996 Korea
PDA / Pocket PC
Holy Bible
isilo
Bible / Hymns พิมพ์ PDA
有聲書/ หนังสือมีเสียง
ซื้อCD หนังสือมีเสียง-จีน Chinese
สมัครรับ eMANNA
Korean / เกาหลี
English / อังกฤษ
Thai / ภาษาไทย
Chinese / จีน
โครงร่าง Outline 綱 要
Chinese / 綱要 / จีน
English / อังกฤษ
Gospel Book Room / ห้องสมุดกิตติคุณ
Thailand / ไทย
Korea / เกาหลี
Japan / ญี่ปุ่น
Taiwan / ไต้หวัน
The Gospel Bookroom Thailand
Other Links
www.lsmchinese.org
www.ministrybooks.org
online.recoveryversion.org
www.livingstream.com
www.lsmkorean.org
www.lsm.org/
http://www.cgdepot.org
www.lastadam.com
www.churchhistories.org
Christians on Campus
www.christianwebsites.org
Local churches
www.lsm.org/espanol
สาระความรู้
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
Dictionary online
ดิกชั่นนารี่ออนไลน์

เล่มที่ 1 / บทที่ 6 / คำสัญญาแห่งการไถ่ของพระเจ้า

บทที่ 6 คำสัญญาแห่งการไถ่ของพระเจ้า

 

โครงร่าง

1.   โครงการแห่งการไถ่ของพระเจ้า

 

2.   คำสัญญาแห่งการไถ่ของพระเจ้า

 

(1)  เผ่าพันธุ์ของหญิง                (ยนซ.3:15)

 

(2)  เผ่าพันธุ์ของอับราฮาม         (ยนซ.17:8; ฆต.3:16)

 

(3)  สิงโตแห่งตระกูลยูดา           (ยนซ.49:9; วว.5:5)

 

(4)  เผ่าพันธุ์ของดาวิด                (2ซมอ.7:12–13; รม.1:3)

 

(5)  เกี่ยวกับ การเสด็จมาบังเกิดของพระคริสต์

.   จะมี หญิงพรหมจารีย์ ตั้งครรภ์ และ คลอดบุตร            (ยซย.7:14)

.   มี ทารกองค์หนึ่ง บังเกิดเพื่อเรา และมีบุตรองค์หนึ่ง ประทาน ให้กับเราแล้ว                (มีคา5:2)

.   ต้นกำเนิดของพระองค์ มีมาแต่กาลโบราณคือตั้งแต่ นิรันดร์กาลก่อนแล้ว  (มีคา5:2)

 

(6)  เกี่ยวกับ การดำเนินชีวิตของพระคริสต์

 

(7)  เกี่ยวกับ การตายของพระคริสต์

 

(8)  เกี่ยวกับ การเป็นขึ้นของพระคริสต์

 

(9)  เกี่ยวกับ การเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์

 

(10)  เกี่ยวกับ การเสด็จมาอีกครั้งหนึ่งของพระคริสต์

  

1.  โครงการแห่งการไถ่ของพระเจ้า

ในโครงการนิรันดร์ของพระเจ้า  พระองค์ ไม่เพียงแต่วาง โครงการ ที่จะมา สร้างสรรพสิ่งและ สร้างมนุษย์  เพื่อที่จะ สำเร็จ หรือ บรรลุตามพระประสงค์นิรันดร์ ของพระองค์ เท่านั้น  แต่พระองค์ ยังทรง ล่วงรู้ และ มองเห็น ก่อนแล้วตามที่พระองค์ทรงล่วงรู้แล้วว่า มนุษย์จะตกต่ำ  ฉะนั้นพระองค์จึงได้ทรง วางโครงการไว้แล้วว่าจะมา ไถ่มนุษย์เมื่อมนุษย์ได้ตกต่ำแล้ว การไถ่ของพระเจ้าไม่ใช่เป็นสิ่งที่เพิ่มเติมการช่วยเข้ามา

แต่พระองค์ได้ทรงวางโครงการและตระเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มต้นแล้ว ในโครงการนิรันดร์ของพระองค์  พระองค์ได้ทรง กำหนดไว้แล้วว่า จะให้ พระคริสต์ เสด็จมาสำเร็จ การไถ่ ในภายหลังที่ มนุษย์ได้ตกต่ำ แล้วนั้น  เพราะฉะนั้นใน สายพระเนตรของพระองค์ พระคริสต์ องค์นี้ได้ถูกฆ่า ตั้งแต่ แรก สร้างโลกแล้ว (วว.13:8)

 

2.  คำสัญญาแห่งการไถ่ของพระเจ้า

   เพราะว่าการไถ่นั้นเป็น โครงการที่พระเจ้าทรงวางไว้ก่อน และกำหนดไว้ก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นก่อนที่การไถ่นั้นจะมาถึง ในพันธสัญญาเดิมได้มีหลายครั้งที่ทรงสัญญาไว้ โดยได้บอกเราล่วงหน้าถึงด้านต่างๆแห่งการไถ่ไว้อย่างชัดเจน

(1)  เผ่าพันธุ์ของหญิง (ยนซ.3:15)

ทันทีที่มนุษย์ได้ทำบาปและตกต่ำ  พระเจ้าก็รีบเสด็จเข้ามาสัญญาต่อมนุษย์ว่า จะมีเผ่าพันธุ์ของหญิงเสด็จตามมา  เมื่อมาแล้วก็จะทำให้หัวงูนั้นฟกช้ำ (ยนซ.3:15) การทำให้หัวงูฟกช้ำนั้นก็คือ การฆ่ามันให้ตายเผ่าพันธุ์ของหญิงนั้นก็คือ พระเยซูคริสต์ในท่ามกลางมนุษยชาติ ก็เพียงพระองค์ได้บังเกิดจากผู้หญิง (ฆต.4:4) การที่พระองค์เสด็จมาบนโลก ก็เพื่อที่จะขจัดไปเสียซึ่งกิจการงานของพญามาร (1ยฮ.3:8)  พระองค์ได้อาศัยการตายได้ทำลายพญามารนั้น (ฮร.2:14) ฉะนั้นเมื่อมนุษย์ได้ตกต่ำแล้ว  พระเจ้าก็ทรงสัญญาว่าพระคริสต์จะทรงเสด็จมา  พระองค์จะทรงบังเกิดโดยผู้หญิงที่จะมาทำลายพญามารแทนมนุษย์ที่ได้ถูกมันล่อลวงและทำลายไปนั้น

(2)  เผ่าพันธุ์ของ อับราฮาม (ยนซ.17:8, ฆต.3:16)

พระคริสต์ ไม่เพียงแต่เสด็จมาเป็น เผ่าพันธ์ของหญิง  พระองค์ยังเป็น เผ่าพันธ์ของอับราฮาม (ฆต.3:16)  ซึ่งมีหมายสำคัญโดย ยิศฮาค เป็นแบบเล็ง  ก่อนอื่นพระองค์ได้ทรงนำ พระพร มาสู่นานาประเทศไม่ว่าจะเป็น ชาวยูดาย หรือ ชาวต่างชาติ  ล้วนได้รับ พระพร เพราะ พระองค์ (ยนซ.22:18)  พระพรนี้ก็คือ พระวิญญาณนั้น  พวกเราเพราะเหตุได้เชื่อใน พระคริสต์จึงได้ต้อนรับพระวิญญาณนั้น(ฆต.3:14) 

ประการที่ 2 พระองค์ได้ถูก ถวายให้พระเจ้า และ ถูกฆ่า ตายและ ยัง เป็นขึ้น (ดู ยนซ.12:1–2 ,  ฮร.17, 19)  ประการที่ 3 พระองค์จะได้รับ เจ้าสาว (ดู ยนซ.24:67)  กรณีนี้ได้ชี้ให้เห็นว่าพระคริสต์คือ ผู้ที่พระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้  พระองค์จะ นำพระพรสู่นานาประเทศ  พระองค์ยังได้ถูกถวาย และ ถูกฆ่าตายและ ยังเป็นขึ้นจากตาย  หลังจากเป็นขึ้นจากตายแล้ว พระองค์จะได้รับบุคคลที่พระองค์ทรงไถ่ไว้นั้นมาเป็น เจ้าสาวของพระองค์ (ยฮ.3:29; วว.19:7)

(3)  สิงโตแห่งตระกูลยูดา (ยนซ.49:9, วว.5:5)

เมื่อมาถึงเยเนซิศ 49:8–9  พระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้ว่า  พระคริสต์ที่จะเสด็จมานั้นจะเป็น สิงโตผู้มีชัยชนะ  “ยูดาเป็นลูกของสิงโต  ลูกเอ๋ย เจ้าก็ได้ลุกขึ้นจากการจับสัตว์”  กรณีนี้ได้บรรยายเป็นรูปภาพซึ่งเล็งถึงพระคริสต์  เมื่อพระคริสต์อยู่บนโลกได้ถูกตรึงบนไม้กางเขน  เวลานั้นพระองค์ดุจสิงโตหนุ่มได้ยึดเอาทรัพย์เชลยไว้ได้  ขณะที่พระองค์ได้ถูกตรึงไว้บนไม้กางเขน  พระองค์ได้ยึดเอาสิ่งของต่างๆ ซึ่งครอบคลุมถึงทั้งโลก  นั่นก็คือครอบคลุมถึงบรรดาคนบาปทั้งหลาย  กระทั่งครอบคลุมถึงพญามารด้วย  หลังจากที่พระองค์ได้ยึดทรัพย์เชลยนั้นแล้วพระองค์ก็ได้เสด็จขึ้นบนภูเขาสูง  นั่นก็คือเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ชั้น 3 ในหนังสือเอเฟโซ 4:8 ว่า “พระองค์ได้เสด็จขึ้นไปยังที่สูงและได้จับเอาเชลยเหล่านั้นไปเป็นเชลยอีก”

 “เขาหมอบลงเหมือน สิงโตตัวผู้” กรณีนี้ได้ชี้แจงถึง พระคริสต์ ก็คือ สิงโตตัวผู้ที่ได้หมอบลง  หลังจากที่พระองค์ได้ทรงรับสุขทรัพย์เชลยแล้ว พระองค์ก็อิ่มเอม และก็ได้ นอนลง หรือหมอบลง  กรณีนี้ได้บรรยายถึง พระคริสต์ผู้ได้สำเร็จการงานและพักสงบในสวรรค์แล้ว  ในข้อเดียวกันก็ได้ เปรียบพระคริสต์ดุจ สิงโตตัวเมีย ซึ่งได้บังเกิดลูกสิงโตมากมาย  พวกเราล้วนเป็นลูกสิงโตของพระคริสต์

 

(4)  เผ่าพันธุ์ของดาวิด (2ซมอ.7:12–13, รม.1:3)

2 ซามูเอล 7:12–13 “เราจะอุปถัมภ์เผ่าพันธุ์ซึ่งเกิดมาแต่เจ้าให้สืบตระกูลต่อไป จะตั้งแผ่นดินของเจ้าไว้ให้มั่นคง  ผู้นั้นจะ สร้างวิหารสำหรับเราและเราจะตั้งพระที่นั่งของแผ่นดินผู้นั้นให้เจริญสืบไปเป็นนิตย์”  คำสัญญา นี้ได้พูดถึง3ประเด็นด้วยกัน ประเด็นที่ 1 พระคริสต์จะเป็นผู้ได้รับอาณาจักรและจะเป็น กษัตริย์ปกครองจวบจนนิจนิรันดร์ (วว.11:15) ประเด็นที่ 2 พระคริสต์ก็คือ ผู้ยิ่งใหญ่ กว่า ซะโลโม (มธ.12:42) พระองค์ได้กล่าว ถ้อยคำแห่งสติปัญญาไม่มีมนุษย์ผู้ใดที่สามารถกล่าวคำแห่งสติปัญญาเหมือนดั่งพระคริสต์ได้  ประเด็นที่ 3  ซะโลโม ผู้เป็นบุตรของดาวิดได้ก่อ สร้างพระวิหารของพระเจ้า และ พระคริสต์นี้ก็คือ เผ่าพันธุ์ของดาวิด ที่จะมา สร้างพระวิหารของพระเจ้า ก็คือ คริสตจักร

(5)  เกี่ยวกับการ เสด็จมาบังเกิดของพระคริสต์

.   จะมี หญิงพรหมจารีย์ตั้งครรภ์ และ คลอดบุตร (ยซย.7:14)

ในที่นี้พระเจ้าได้กล่าวไว้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับ คำสัญญาแห่งการไถ่ ของพระองค์ในด้านหนึ่งได้บอกเราว่าใน เยเนซิศ 3 นั้น  พระคริสต์ ผู้ที่จะเสด็จมาไม่ใช่บังเกิดโดยหญิงที่ได้ผ่านการสมรส แต่ บังเกิดโดย หญิงพรหมจารีย์ ในอีกด้านหนึ่งยังได้บอกเราว่าพระองค์ผู้ที่จะเสด็จมาบังเกิดโดย หญิงพรหมจารี และเป็น พระคริสต์แห่ง พระผู้ช่วยให้รอด นั้นก็คือ พระเจ้า 

พระเจ้า สถิตอยู่กับเรา หรือก็คือ อิมมานูเอล พระองค์ได้เสด็จมาท่ามกลางมนุษย์ก็คือพระเจ้าได้เสด็จมาท่ามกลางมนุษย์  พระองค์มาเป็นพระผู้ช่วยของมนุษย์  นั่นก็คือพระเจ้าเสด็จมาเป็นพระผู้ช่วยของมนุษย์  เพราะฉะนั้นเมื่อมาถึง ณ ที่นี้เราก็สามารถ เข้าใจอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่จะเสด็จมาบังเกิดโดยหญิงพรหมจารีย์ก็คือ ตัวของพระเจ้าเอง  เพื่อที่จะมาเป็น พระผู้ช่วยของมนุษย์

.   มีทารกองค์หนึ่งมา บังเกิดเพื่อเรา และ ทรงประทานบุตรองค์หนึ่งแก่พวกเรา

พระคริสต์ผู้ที่จะเสด็จมา เป็นพระผู้ช่วยของเรา  ถึงแม้ว่า พระองค์จะเป็น ทารกแต่ถูกขนานนามว่า  พระเจ้าผู้ทรงอานุภาพ  ถึงแม้ว่า พระองค์เป็น บุตรแต่ถูกขนานนามว่า พระบิดาองค์ถาวร  ในที่นี้ คำสัญญาของพระเจ้าได้บอกเราอย่างชัดเจนว่า  พระคริสต์ผู้ที่จะเสด็จมานั้นพระองค์เป็นมนุษย์ และพระเจ้าด้วย  พระองค์เป็นพระบุตร และ พระบิดาด้วย แม้ว่าพระองค์จะเสด็จมาเป็นมนุษย์ แต่พระองค์ก็คือ พระเจ้า  แม้พระองค์จะ เสด็จมาเป็นพระบุตร แต่พระองค์ก็คือ พระบิดา แม้พระองค์ได้เสด็จมาบนโลกเป็น ทารกน้อย องค์หนึ่ง แต่พระองค์ก็คือ พระเจ้าผู้ทรงอานุภาพ ที่อยู่บนสวรรค์ นั้น แม้ พระองค์จะเสด็จมาในกาลเวลาเป็น พระบุตร ที่สำแดงออก แต่พระองค์ทรงเป็น พระบิดาผู้ทรงดำรงอยู่ตั้งแต่นิรันดร์กาล ก่อนแล้ว

.   ต้นกำเนิดของ พระองค์มีมาแต่กาลโบราณคือ ตั้งแต่นิรันดร์กาลก่อนแล้ว (มีคา5:2)

สถานที่บังเกิดของ พระองค์นั้น  แม้จะอยู่ใน เมืองเบ็ธเลเฮ็ม แขวงมณฑลยูดาย  แต่ต้นกำเนิดของพระองค์นั้นอยู่ใน นิรันดร์กาลก่อนแล้ว  แม้ว่าพระองค์ เป็นพระเจ้าในนิรันดร์กาลก่อน  แต่ ทรงเสด็จมาเป็นมนุษย์ในกาลเวลานั้น  ฉะนั้น พระองค์เป็นพระเจ้าอย่างถ่องแท้และเป็นมนุษย์อย่างถ่องแท้ด้วย 

(6)  เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของพระคริสต์

พระผู้ไถ่ ที่พระเจ้าได้ทรงสัญญาไว้ นี้  พระองค์ทรงดำเนินชีวิตบนโลก ในสภาพการณ์ต่าง ๆ ล้วนได้ชี้ให้เราเห็นล่วงหน้า อย่างละเอียด และ ชัดเจนแล้ว  พระองค์เกิดมาเป็นผู้เล็กน้อย   พระองค์ดุจต้นไม้อ่อน  พระองค์ทรงบังเกิดในครอบครัวที่ยากจน ประดุจหนึ่งหน่อที่ผุดขึ้นมาจากดินแห้ง  ไม่มี การหล่อเลี้ยงที่อุดมสมบูรณ์  ไม่มี การดำเนินชีวิตที่สุขสบาย เพราะฉะนั้นพระองค์ไม่มีรูปร่างที่งดงาม  ไม่มีรูปร่างที่ ถูกตาน่าเสน่หา ที่จะชวนให้เรามองดู  ไม่มีความสวยงามที่เราจะได้ชมเชย (ยนซ.53:2;  2กธ.8:9;  มธ.13:55–57)

มนุษย์มักจะนึกว่า เมื่อ พระผู้ไถ่ ได้เสด็จมาแล้ว  พระพักตร์ของพระองค์ ย่อมต้อง ชวนให้พิศมัย เหมือนกับโมเซ และ ดาวิด  ล้วน มีใบหน้าที่หล่อเหลา (กจ.7:20;  1ซมอ.16:12)  แต่หารู้ไม่ว่า พระองค์ไม่มีความงดงามใดๆ มีเพียง ความเหี่ยวแห้ง และ ซีดเซียว  อายุของพระองค์ ขณะ 30 ปี ก็ดูป ระดุจหนึ่งคนที่มีอายุ 50 ปี (ยฮ.8:57) 

ความเป็นจริงนั้น พระองค์นั้น ช่างน่ารัก  ช่างงดงาม  แต่ไม่ใช่ความงดงามที่จะ มองเห็นด้วยสายตา ฝ่ายเนื้อหนัง  แต่สามารถ มองเห็นด้วย สายตาฝ่ายวิญญาณเท่านั้น พระองค์ได้กลายเป็นบุตรแห่งความเศร้าโศก เป็นที่ดูหมิ่น เป็นที่ถูกปฏิเสธ แม้กระทั่งคนทั้งหลายเบือนหน้าหนีจากพระองค์ไป แม้กระทั่ง พลไพล่ของพระเจ้า ก็ไม่นับถือใ ห้เกียรติ พระองค์ เลย  (ยซย.53: 3; บพส.22: 6–7; ลก.23: 11) 

พระองค์ ได้ถูกกำหนดชะตาชีวิตแล้วว่า เป็นที่ดูหมิ่น ถูกปฎิเสธ  กระทั่ง ทนทุกข์ และความยากลำบากมากมาย พระองค์ทรงเศร้าโศกเพื่อวิญญาณ และ จิตของคนบาปทุกๆ วัน พระองค์ได้นำมาซึ่ง ความรักแห่งการเสียสละ เพื่อมา เสาะหาพลไพล่ของพระองค์ แต่ เขาเหล่านั้นล้วนกลับ ละทิ้งพระองค์ แม้กระทั่ง เบือนหน้าหนีไม่ยอม มองดูพระองค์ไป  ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ พระองค์ผู้ ได้รับการชโลมจากพระเจ้า  ยังคง ไม่ละทิ้งมนุษย์  พระองค์ได้ ประกาศกิตติคุณ แก่คนยากจน และได้ป่าวประกาศปีแห่งความยินดีขององค์พระผู้เป็นเจ้า (ยซย.61:1; ลก.4:18–19) พระองค์ทรงเป็นความสว่างอันใหญ่นั้น ได้ส่องสว่างแก่คนเหล่านั้นที่นั่งอยู่ในความมืด และ เงาแห่งความมรณา (ยซย.9:2; มธ.4:15–16)  และพระองค์ยังเป็นความสว่างของชาวต่างชาติ  พระองค์ได้ปฏิเสธการพระคุณแห่งการช่วยให้รอดของพระเจ้า  จวบจนกระทั่งถึงปลายแผ่นดินโลก (ยซย.49:6) 

พระองค์ไม่ทรงทะเลาะวิวาท  พระองค์ไม่กล่าวเสียงดัง  ไม้อ้อช้ำแล้วพระองค์ไม่หัก  ไส้ตะเกียงจวนจะดับแล้วพระองค์ไม่ทรงดับ(ยซย.42:1–3; 1มธ.12:17–21)  พระองค์ไม่เพียงแต่ไม่มีเสียงดังตามถนนหลวง และ พระองค์ไม่ทรงหักไม้อ้อที่ช้ำแล้ว นั้น และ ไม่ทรงดับไส้ตะเกียงที่จวนดับแล้วนั้น  ในยุคแห่งพันธสัญญาเดิม นั้น  เด็กๆ ของพวก ชาวยูดาย มักจะ ใช้ ไม้อ้อ มาทำเป็น ขลุ่ย สำหรับ เป่า เมื่อ ไม้อ้อนั้นช้ำ แล้วมันก็ ไม่อาจเป่าออกซึ่ง ทำนองเสียงที่ถูกต้อง  ฉะนั้นเขาจึงได้ หักมันเสีย 

นอกจากนี้ชาวยูดายยังใช้ ต้นป่านแช่น้ำมัน เพื่อจะทำเป็นคบเพลิง (ไส้ตะเกียง) ในเวลาค่ำคืนสามารถที่จะ จุดสว่าง ได้  แต่เมื่อ น้ำมันหมดคบเพลิงนั้น  มันก็จะไม่ส่องสว่างมีแต่จะเกิดเป็นควันไฟ  ในเวลานั้นเขาก็จะ เป่าดับ มันเสียแล้วทิ้งไว้อีกข้างหนึ่ง  บรรดาชาวยูดาย ที่ ต่อต้านพระคริสต์ ล้วนเหมือน ไม้อ้อที่ช้ำแล้ว และ ไส้ตะเกียงที่จวนจะดับ แล้ว  แต่พระคริสต์ยังเต็มด้วย พระเมตตา ต่อเขา เหล่านั้น  พระองค์ไม่ทรงหักเขาเสีย  และไม่ทรงเป่าเขาให้ดับเสีย  แต่พระองค์ยังคง เปิดประตู พระคุณต่อเขาเหล่านั้นตลอดเวลา

(7)  เกี่ยวกับ การตายของพระคริสต์

                “พระองค์นั้นหาได้กระทำการร้ายประการใดไม่หรือหาได้มีวาจาคดโกงออกจากปากของพระองค์ไม่” (ยซย.53: 9)  พระองค์ ไม่เคยมี ความบาป และพระองค์ ไม่เคยทำบาป  แต่มนุษย์ กลับ รังแก ประทุษร้าย พระองค์และขจัดพระองค์เสีย  “ขณะเมื่อกำลังถูกทรมาน พระองค์ก็หาได้ปริปากไม่เหมือนดั่ง แกะ ที่ถูกนำไปฆ่า เหมือนอย่าง แกะตัวเมีย ไม่อ้าปากร้องต่อหน้าคนตัดขนฉันใด พระองค์ก็ไม่ปริปากฉันนั้น” (ยซย.53:7; มธ.27:12–14)  เมื่อพระองค์ถูกพิพากษาพระองค์มีเหตุผลมากมายที่จะปิดปากผู้กล่าวหาพระองค์นั้น แต่พระองค์ไม่ยอมปริปากเหมือนอย่างแกะที่ถูกจูงไปฆ่า เพราะ พระองค์เจตนาไม่ช่วยตัวเอง เพื่อเราทั้งหลายจะได้รับการช่วยให้รอด  ขณะที่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์  แม้มนุษย์จะนับพระองค์เข้ากับพวกนักโทษนั้น  แต่ พระองค์กลับทูลขอแทนการล่วงละเมิดของเรา (ยซย.53:12; ลก.23:32–34)  แม้ว่าเจตนาร้ายของมนุษย์ต้องการให้พระองค์ ถูกฝัง ไว้กับ คนชั่ว หรือ ผู้ร้าย แต่ การตระเตรียมของพระเจ้า กลับกระทำให้ พระองค์ถูกฝังไว้ร่วมกับเศรษฐี  (ยซย.53:3; มธ.27:57–60)

ในปีที่พระองค์สิ้นพระชนม์นั้นก็คือปีที่ 7 ของ หกสิบเก้าสัปต นั้นนับจาก กรุงเยรูซาเล็ม ถูกสร้างขึ้นใหม่  กรณีนี้ก็ได้ สำเร็จซึ่ง คำพยากรณ์ของดานิเอล เกี่ยวกับ พระมาซีฮา จะทรงถูกตัดออกนั้น (ดนอ.9: 25–26)  การที่พระองค์ต้องถูกทำร้ายและถูกฆ่าเช่นนั้นก็เพราะพระเจ้าประสงค์ให้พระองค์แบกความบาปของพวกเรา  “พระยะโฮวาทรงโปรดให้ความผิดบาปของเราทั้งหลายทับถมอยู่บนพระกายของพระองค์”  พระเจ้าได้ทรงกำหนดให้พระองค์ต้องทนทุกข์และถูกกระทำให้ฟกช้ำเป็นเครื่องบูชาแห่งการไถ่บาปของเรา  เพราะฉะนั้นพระองค์ได้ถูกเฆี่ยนตีและได้ถูกตัดออก  นี่เป็นเพราะพระองค์ได้ทรงแบกรับความบาปของเรา  พระองค์ถูกกระทำให้เจ็บเป็นบาดแผลก็เพราะการล่วงละเมิดของพวกเรา  ถูกฟกช้ำก็เพราะควมบาปของเราเพื่อให้พวกเราได้รับสันติสุขก็โดยการถูกลงโทษของพระองค์และให้เราได้รับการรักษาก็เพราะรอยแผลของพระองค์ (ยซย.53:4–6,  8–10)  พระองค์ได้ถูกลงโทษแทนพวกเรา  เช่นนี้ทำให้เราสามารถคืนดีกับพระเจ้า  พระเจ้าผู้ทรงชอบธรรมนั้นจะไม่ทรงความบาปของเราอีก  พระองค์ได้ทรงถูกเฆี่ยนตีแทนพวกเราเช่นนี้  ก็เพื่อให้วิญญาณของเราได้รับการรักษาและถูกกระทำให้ฟื้นขึ้น  การทนทุกข์และสภาพการณ์ในขณะที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์นั้น  พระเจ้าก็ได้อาศัยบทเพลงสรรเสริญของดาวิด พยากรณ์ถึงสภาพการณ์อย่างละเอียดถี่ถ้วน (บพส.22:1, 7–8, 12–18) ในที่นั่นพระวิญญาณของพระคริสต์ได้อาศัยปากคำของพระองค์เองเพื่อจะบรรยายถึงขณะที่พระองค์จะทรงสิ้นพระชนม์นั้น  ซึ่งได้กล่าวถึงสภาพแวดล้อมที่น่ากลัวและความรู้สึกแห่งการทนทุกข์ทั้งภายในและภายนอกของพระองค์  ในที่นั้นได้กล่าวว่าคนชั่วร้ายที่โหดเหี้ยมเหล่านั้นเหมือนกับโคตัวผู้ที่กำลังมากได้ล้อมรอบและขวางกั้นพระองค์ไว้และยังจะเหมือนสิงโตจะฉีกกัดและแผดเสียงร้อง  ทุกคนที่เห็นพระองค์ก็เยาะเย้ายและบุ้ยปาก สั่นศีรษะและกล่าวว่าจงมอบกายไว้ให้เป็นธุระของพระเจ้า  ให้พระองค์ทรงช่วยเขาเถิด  ให้พระองค์สงเคราะห์เขาให้รอดเถิด  ด้วยเขาเป็นที่ชอบพระทัยของพระองค์ (มธ.27:39–44)  พอถึงเวลานั้นพระเจ้าจึงได้ทรงละทิ้งพระองค์  พระองค์จึงได้ร้องเสียงดังว่า “พระเจ้าของข้าพเจ้า  พระเจ้าของข้าพเจ้า  เหตุใดพระองค์จึงทรงทอดทิ้งข้าพเจ้าเสีย?” (มธ.27:46) จากนั้นก็ได้บรรยายถึงการทนทุกข์ของพระองค์ก็เพราะพระองค์ได้เสียสละชีวิตในที่นั่นดุจน้ำที่ถูกเทออก  พระองค์ได้ถูกแขวนบนไม้กางเขนเป็นเวลานานหลายชั่วโมง  เพราะฉะนั้นกระดูกของพระองค์ได้เคลื่อนออกจากที่และพระองค์ก็สามารถคำนวณนับได้  เพราะเหตุพระองค์ได้ถูกพิพากษาจากพระเจ้าแทนพวกเรา  พระองค์ได้ถูกเผาไหม้ด้วยไฟแห่งพระพิโรธอันวิสุทธิ์ของพระเจ้า  เพราะฉะนั้นในเวลานั้น  หัวใจของพระองค์อ่อนไปดุจขี้ผึ้งที่ละลายอยู่ในตัวของพระองค์และกำลังของพระองค์ก็เหี่ยวแห้งไปดุจกระเบื้องหม้อ  เพราะว่าพระองค์ได้ทรงทนทุกข์จนเหลือกำลัง  ฉะนั้นเวลานั้นลิ้นของพระองค์ก็ติดอยู่ที่ขากรรไกรของพระองค์  ในที่สุด  พระองค์ตรัสว่า  พระเจ้าได้ทรงพาพระองค์ไปถึงผงคลีแห่งความตาย  ส่วนพวกคนชั่วร้ายเหล่านั้น  เหมือนกับสุนัขที่ล้อมรอบพระองค์ไว้และเขาเหล่านั้นได้แทงมือและแทงเท้าของพระองค์  เขาทั้งหลายได้เพ่งตาดูพระองค์และเสื้อผ้าของพระองค์เขาก็แบ่งซึ่งกันและกันและเสื้อชั้นในของพระองค์เขาจับฉลากกัน (มธ.27: 35)

(8)  เกี่ยวกับการเป็นขึ้นของพระคริสต์

                หลังจากพระคริสต์ได้ถูกฝังแล้ว  ในวันที่สามพระเจ้าได้ทรงบันดาลให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย (ฮซอ.6:2, 1กธ.15:4)  เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ของพระยะโฮวา  ฉะนั้นพระเจ้าจึงไม่ทรงละจิตของพระองค์ไว้ในเมืองผีและจะไม่ให้พระองค์ถึงซึ่งเน่าเปื่อย (บพส.16:8–11; กจ.2:24–31) ในการเป็นขึ้นนั้น “พระองค์จะเห็นผลแห่งการยอมเจ็บปวดรวดร้าวของพระองค์และ อิ่มใจ เนื่องด้วย การทนทุกข์ทรมานของพระองค์ และมี คนมากมายได้ถูกตั้งให้ชอบธรรม  เพราะได้ รู้จักผู้ทาสแห่งความชอบธรรม ของพระเจ้า” (ยซย.53:11) พระคริสต์ก็คือ ผู้ทาสแห่งความชอบธรรม ของพระยะโฮวา ที่เป็นขึ้น  มีคนมากมายเพราะเหตุได้ เชื่อพระองค์ หันสู่ พระองค์และได้ ถูกตั้งให้เป็นผู้ชอบธรรม  เพราะพระองค์ได้เห็นผลแห่งการทุกข์ทรมาน  พระองค์จึง อิ่มใจ  ผลแห่งการทุกข์ทรมานนี้ได้กลายเป็นกลุ่มชนซึ่งเล็งถึง คริสตจักรครอบคลุมถึงสิทธิชนทั้งหมดที่พระองค์ได้ทรงได้ทรงไถ่ไว้แล้วนั้น “พระองค์จะได้เห็นเผ่าพันธ์ของพระองค์  พระองค์จะได้มีอายุยืนยาว และโปรดปรานของ พระยะโฮวา จะรุ่งเรืองอยู่ในมือ ของพระองค์” (ยซย.53: 10) 

            ความหมายของถ้อยคำเหล่านี้ก็คือ พระองค์จะเป็นขึ้นจากตาย และ ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ นั่นก็คือ มีอายุยืนยาว เพื่อที่จะให้ คนทั้งหลายได้รับชีวิตของพระองค์และได้ กลายเป็น เผ่าพันธ์ของพระองค์  เพื่อ พระองค์จะได้อาศัยเขาเหล่านั้น สำเร็จเรื่องราวที่พระเจ้าทรง ชอบพระทัย นั้น

                เมื่อพระคริสต์ได้ทรงเป็นขึ้นจากการตายแล้ว  พระองค์ได้ถูกกำเนิดกลายเป็น บุตรหัวปีของพระเจ้า (บพส.2:7, ฮร.1:5)  ในสภาพพระเจ้าของพระคริสต์ ตั้งแต่ นิรันดร์กาล ก่อนจนถึงนิรันดร์กาลในอนาคต  พระองค์ทรงเป็น บุตรองค์เดียวของพระบิดา  แต่ในสภาพมนุษย์ของพระองค์  พระองค์ได้อาศัยการเป็นขึ้น กลายเป็น พระบุตรหัวปีของพระเจ้า ในบทเพลงสรรเสริญ 22 ว่า “เราจะประกาศนามของเราให้กับพี่น้องของเราและร้องสรรเสริญในท่ามกลางคริสตจักร” (ข้อที่ 22) กรณีนี้ได้ชี้แจงว่าพระองค์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากตาย  ไม่เพียงแต่พระองค์ได้ถูกกำเนิด กลายเป็นบุตรหัวปี และ พวกเราก็ได้ร่วมถูกกำเนิดด้วยกลายเป็นบุตรทั้งหลายของพระเจ้า และ มีชีวิตของพระเจ้า กลายเป็นพี่น้องของพระองค์  ฉะนั้น พระองค์จึงสามารถประกาศพระนามของพระเจ้า ให้กับเราและ สามารถสรรเสริญพระเจ้า ในท่ามกลางเรา  ในการเป็นขึ้นของพระองค์นั้นทำให้พระองค์ได้มาซึ่งมนุษย์มาเป็นพี่น้องของพระองค์และ กลายเป็น คริสตจักร ของพระองค์  พระองค์จึงสามารถเปิดเผยพระเจ้าและ สรรเสริญพระเจ้า ในท่ามกลางเขาเหล่านั้น

(9)  เกี่ยวกับ การเสด็จสู่สวรรค์ของพระคริสต์

ใน คำ สัญญา แห่ง การไถ่ของพระเจ้า  พระคริสต์ ไม่เพียงแต่ ตายเพื่อเราและ เป็นขึ้นเพื่อเรา  พระองค์ยัง เสด็จสู่สวรรค์เพื่อเราด้วย  การตายของพระองค์นั้นได้ขจัดซึ่งปัญหาของเรา  และ ในการเป็นขึ้นของพระองค์นั้นทำให้เราได้รับชีวิตของพระเจ้า และ การเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์ได้นำเราเข้าสู่ฐานะฝ่ายสวรรค์  “พระคริสต์ได้ถูกยกชูให้สูงขึ้น และ ให้อยู่ในระดับสูงยิ่ง” (ยซย.52:13; อฟ.1:21–22) พระคริสต์ ผู้เสด็จสู่สวรรค์  พระองค์ทรงเหนือกว่าทุกสิ่งในจักรวาล ไม่ว่าจะเป็น การปกครอง ก็ดี  อำนาจ ก็ดี  ฤทธิ์เดช ก็ดี หรือ ผู้ครอบครอง ก็ดีและพระองค์ได้เสด็จสู่ที่สูงสุดของจักรวาล  นั่นก็คือในสวรรค์ชั้น 3 ซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้า “ครั้นพระองค์ได้เสด็จขึ้นไปในที่สูงแล้ว พระองค์จึงได้ทรงกวาดเอาเชลยนั้นไปเป็นเชลยเสียและได้ทรงประทานของประทานต่างๆ แก่มนุษย์”  (อฟ.4: 8; บพส.68:18) คำว่า  เชลย นั้นในข้อนี้หมายถึงสิทธิชนที่ถูกไถ่  ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะได้รับความรอด  เพราะเหตุความตายและการเป็นขึ้นของพระคริสต์  ในเวลานั้นเขาได้ถูกพญามารนั้นจับเป็นเชลยอยู่  เมื่อพระคริสต์ได้เสด็จสู่สวรรค์  พระองค์ได้จับเขาเหล่านั้นไปเป็นเชลยหรือพูดอีกนัยหนึ่งว่า  พระองค์ได้ทรงช่วยเขาเหล่านั้นออกจากการเป็นเชลยของพญามารซาตาน  เพื่อจะกลับคืนสู่พระองค์เอง  กระทำให้คนบาปที่ได้รับการช่วยให้รอดนี้กลายเป็นของประทานนั่นก็คือ คนที่มีของประทานต่างๆที่ได้กล่าวไว้ใน เอเฟโซ 4:11 เช่นอัครทูต,ศาสดาพยากรณ์, ผู้ประกาศกิตติคุณ, ศิษยาภิบาลและอาจารย์  และได้ประทานเขาเหล่านั้นให้กับพระกายของพระองค์ เพื่อที่จะก่อสร้างพระกายของพระองค์ขึ้น

               ในการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์ พระองค์ได้ทรงประทับอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระยะโฮวา (บพส.110:1; กจ.2:33–35) พระเยซูผู้เป็นบุตรมนุษย์ที่ต่ำกว่าทูตสวรรค์เล็กน้อยอยู่ชั่วคราวหนึ่งนั้น ได้รับสง่าราศีและเกียรติยศเป็นมงกุฎและได้ทรงปกครองสรรพสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงสร้างขึ้น (บพส.8:4–6; ฮร.2: 6–9) พระองค์ได้รับสง่าราศีและเกียรติยศเป็นมงกุฎ

ในสภาพมนุษย์ของพระองค์ พระองค์เป็นมนุษย์ที่ได้เสด็จขึ้นบนสวรรค์อันสูงยิ่งนักและพระองค์ก็ได้เป็นมนุษย์ที่ได้สวมใส่มงกุฎนั้นด้วย

             พระเจ้ายังได้ทรงสัญญาไว้ ว่า พระคริสต์ผู้เสด็จสู่สวรรค์จะทรง ชโลมพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมา ในโยเอล 2ได้กล่าวไว้ว่าและภายหลังนั้นเราจะหลั่งพระวิญญาณของเราลงมาบน มนุษย์ทั้งปวงคือ พวกบุตราหรือบุตรหญิงทั้งหลาย (28–29) คำสัญญาแห่งการชโลมลงมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในที่นี้ได้สำเร็จสมบูรณ์ในตัวของเหล่าสาวกในวันเพ็นเทคอสแล้ว (กจ.2:33) และในอนาคตนั้นจะสำเร็จอย่างครบถ้วนบนตัวของชาวยิศราเอลทั้งหลายที่ได้กลับใจเสียใหม่ (ซคย.12:10)

(10)  เกี่ยวกับการเสด็จมาอีกครั้งหนึ่งของพระคริสต์

ในคำสัญญาแห่งการไถ่ของพระเจ้ายังได้บอกเราอย่างชัดเจนถึงการเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่งของพระคริสต์ “และนี่แน่ะ มีผู้หนึ่งรูปร่างดังบุตรมนุษย์นั่งมาบนเมฆ”(ดนอ.7:13; มธ.24:30; วว.14:14) กรณีนี้ได้เล็งถึงการเสด็จมาอย่างเปิดเผยของพระคริสต์ ในการเสด็จมาครั้งที่ 1 ของพระคริสต์   พระองค์ได้ทรงสำแดงอำนาจแห่งการรักษาและขับผีซึ่งได้พิสูจน์ถึงความ เป็น กษัตริย์ฝ่ายสวรรค์ของพระองค์ แต่อย่างไรก็ตามในการเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่งของพระคริสต์ ในเวลานั้นพระองค์จะนำมาซึ่งฤทธิ์เดชที่จะปฏิบัติการ การพิพากษาของพระเจ้าเพื่อจะทำลายผู้ต่อต้านพระคริสต์และกองทัพของมัน ยิ่งกว่านั้นจะทรงผูกมัดพญามารไว้และพระองค์จะทรงก่อตั้งอาณาจักรของพระองค์บนแผ่นดินโลก  “และในวันนั้น พระบาทของพระองค์จะยืนที่ยอดเขามะกอกเทศซึ่งอยู่ตรงเมืองยะรูซาเล็มด้านตะวันออก” (ซด14:4; กจ.1:10–12) ก่อนที่พระองค์จะเสด็จมานั้น เวลานั้นกองทัพของประเทศต่างๆจะมาร่วมชุมนุมกันที่หุบเขาแห่งหนึ่งเพื่อจะทำสงครามกันหุบเขานั้นมีชื่อว่า JE HOSH A PHAT (โยเอล 3:9–13) และที่นั่นมีชื่อเรียกว่า อารามะเฆโดน (วว.16:12–16) ในเวลานั้นกองทัพประเทศต่างๆจะร่วมชุมนุมกันเพื่อจะโจมตีกรุงเยรูซาเล็ม (ซคย.14:1–2) ในขณะที่กำลังตกอยู่ในภัยอันตรายร้ายแรงนั้นพระคริสต์ก็ได้นำวิสุทธิชนของพระองค์ร่วมเสด็จมา (ยูดาข้อ 14; ซคย.14:5) พระบาทของพระองค์จะเหยียบลงที่ภูเขามะกอกเทศและภูเขานั้นได้แยกออกเพราะเหตุแผ่นดินไหวเป็นทางกว้างจากเหนือจรดใต้ พลไพล่ที่ข่มเหงนั้นก็จะหลบหนีเข้าไปในภูเขาที่แยกออกนั้น ในเวลานั้นเขาเหล่านั้นก็จะเงยศีรษะขึ้น และได้มองเห็นพระมาซีฮาผู้ได้เสด็จมาช่วยเขานั้น ซึ่งก็คือพระเยซูชาวนาซาเร็ธที่เขาเหล่านั้นได้แทงพระองค์ (ซคย.12:10) และในเวลานั้น เขาทั้งหลายจะถามพระองค์ว่า รอยแผลนี้ที่มือของพระองค์เป็นอะไร พระองค์ก็จะตอบว่าข้าเป็นแผลรอยนี้ในเรือนของพวกเพื่อนรัก (ซคย.13:6) และชาวยิศราเอลทั้งครอบครัวในเวลานั้นจะกลับใจเสียใหม่ และเขาเหล่านั้นจะร้องไห้เพราะความบาปในการที่ได้ปฎิเสธพระมาซีฮาของเขานั้น เวลานั้นพระเจ้าก็จะเปิดออกซึ่งน้ำพุแห่งพระคุณแก่เขาทั้งหลายเพื่อจะชำระล้างมวลความบาปและความมลทินของเขา (ซคย.13:1) และพระคริสต์ยังทำการสงครามเพื่อพลไพล่ของพระองค์ และพระองค์จะเป็นศิลาที่ล้มทับชนนาๆประเทศ และเขาเหล่านั้นจะแหลกสลายดุจแกลบที่ปลิวไปทั่วสี่ทิศ (ดนอ.2:34–35; วว.19:11–21) และศิลาก้อนนี้ได้กลายเป็นขุนเขาใหญ่นั่นก็คืออาณาจักรของพระเจ้าเติมเต็มอยู่ทั่วใต้ฟ้า เวลานั้นพระคริสต์จะทรงเป็นกษัตริย์และจะทรงก่อตั้งอาณาจักรของพระองค์ทั่วทั้งแผ่นดินโลกนี้ (ซคย.14:9–11;  วว.11:15) เหมือนดั่งที่ได้กล่าวไว้ในเยเนซิศ 49:10 ว่า “จวบจนซีโลจะเสด็จมาและชนชาวประเทศต่างๆจะเชื่อฟังนั้น “ซีโล” คำนี้มีความหมายถึงผู้ประทานสันติสุข ซึ่งเล็งถึงพระคริสต์ที่จะเสด็จมานั้น เมื่อพระคริสต์ได้เสด็จมาแล้ว พระองค์ทรงเป็นองค์สันติราษฎร์คือเป็นผู้ประทานสันติสุข ในเวลานั้นทั่วทั้งแผ่นดินจะเติมเต็มด้วยสันติสุข ในยะซายา 2: 1–3; 11:10 ก็ได้ชี้ให้เห็นว่าในการเสด็จมา ครั้งที่ 2 ของพระคริสต์คือในยุคเริ่มต้นแห่งอาณาจักรพันปี ในเวลานั้น ชนนานาประเทศล้วนต้องนอบน้อมต่อพระคริสต์ เขาเหล่านั้นจะมาพบพระองค์และจะยอมรับคำสั่งสอนของพระเจ้า    เพราะฉะนั้นเกี่ยวกับการไถ่ในด้านต่างๆ ของพระคริสต์พระเจ้าล้วนได้กล่าวไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจนใน พันธสัญญาเดิม แล้ว คือพระองค์จะเสด็จมาเป็นมนุษย์อย่างไร และพระองค์จะ ดำเนินชีวิตมนุษย์ อย่างไร บนแผ่นดินโลก และพระองค์จะแบกรับ ความบาปของมนุษย์ อย่างไร กระทั่ง ทนทุกข์ทรมานจนสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และ ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายอย่างไร  เพื่อให้มนุษย์ทั้งหลาย ได้รับพระองค์เป็นชีวิตและ ร่วมเป็นพี่น้องกับพระองค์และยังกล่าวถึงการเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่งของพระคริสต์จะเป็นอย่างไร  กระทั่งได้ปฏิบัติการ การพิพากษาของพระเจ้าที่มีต่อซาตาน และได้ทรง สิ้นสุดยุคสมัยนี้ แล้วนำเข้ามาซึ่ง อาณาจักรของพระองค์  สิ่งเหล่านี้ล้วนได้บอกแก่เราและ สัญญาต่อพวกเรา อย่างชัดเจนใน พันธสัญญาเดิม แล้ว

 

สงวนลิขสิทธ์ โดย ห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย

 

ต้องการซื้อหนังสือติดต่อได้ที่ gbrt@lordsrecoveryinthailand.org หรือ โทร. 027465778-9 หรือ โอนค่าหนังสือเข้าบัญชี และแฟกซ์ชื่อผู้สั่งซื้อ, เบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่ที่ต้องการให้จัดส่งหนังสือให้กับเรา และ เราจะทำการจัดส่งให้ท่านทันที อีเมล์

ห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย

Gospel Book Room of Thailand

ธนาคาร / Bank

ธนาคารกรุงเทพ / Bangkok Bank

สาขา / Branch

สาขาบางนา / Bangna Branch

บัญชี / Account

บัญชีออมทรัพย์ / Saving Account

ชื่อบัญชี   Account Name

Wasun  Thinsomchaisin

เลขที่บัญชี  Account Number

2400094997

 

 

บทที่   1    พระคัมภีร์

บทที่   2    พระเจ้าตรีเอกภาพ

บทที่   3    การทรงสร้างของพระเจ้า

บทที่   4    ต้นกำเนิดและการขบถของซาตาน

บทที่   5    การตกต่ำของมนุษย์

บทที่   6    คำสัญญาแห่งการไถ่ของพระเจ้า




Praise the Lord !
กลับสู่หน้าแรก / HOME
ศูนย์ฝึกฝนเต็มเวลา คริสเตียน / The Training for Christians
ห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย /พระคัมภีร์ฉบับฟื้นฟู / บทเพลง
RSG
Member
อ่าน! พระคำเพื่อการฟื้นฟูยามเช้า & แบ่งปันประสบการณ์
มอบถวายทรัพย์ / Box Offering
คำพยาน / Testimonies
รวมกระทู้ กระดานถาม-ตอบ / Webboard of Christians
มุมเด็ก / Children
ติดต่อเรา โทร. 02 7465778 - 9
ตารางการอ่านพระคัมภีร์ / Bible Reading Schedule
วอลเปเปอร์พระคำพระเจ้า / Wallpaper
พระคัมภีร์ ฉบับฟื้นฟู / Bible Recovery Version
หนังสือสำหรับคริสเตียน Spiritual Books List
อ่าน! หนังสือบทเรียนชีวิต,เยเนซิศ,การทรงสร้างของพระเจ้า
แบบเรียนหลักความจริง / Truth Lesson
ความลี้ลับแห่งชีวิตมนุษย์
THE MYSTERY OF HUMAN LIFE
人生的奧秘
คริสตจักรท้องถิ่นในประเทศไทย / Churches in Thailand
คริสตจักร: ภาคใต้
ตารางการประชุมพิเศษ & การเคลื่อนไหวของคริสตจักร 2013
หัวข้ออธิษฐาน / Pray
รวมสรุป ฟื้นฟูยามเช้า MP3
The Line of Life in Genesis
About Us
คริสตจักรของท่านมีนามว่าอะไร?
嗎哪
เรื่องเล่าจากพระคัมภีร์ Bible Story
ซีดีเพลงเด็ก Children Songs CD
รวม MP3 ข่าวสารประชุมพิเศษ Church Conferences in Thailand
คู่มือสอนเด็กยุวชน Teaching children manual
中 文
English
Life Study Messages for download:
sms ! the word of God
How to read the words of God
Other Links
รวมเพลงคำขวัญ
หลักความเชื่อและภาคปฏิบัติของ
ค่ายกิตติคุณ / Gospel Trip
รวมเพลงเด็ก

ที่อยู่: 1200/238 หมู่บ้านรังสิยา อุดมสุข58 ถ.สุขุมวิท103 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 .
 ADDRESS: 1200/238 UDOMSUK YEAK 58 SUKHUMVIT RD. BANGKOK 10260 THAILAND.
 Tel: (66) 2 7465778 - 9 Fax: (66) 2 7465190
webmaster@lordsrecoveryinthailand.org 
 
Free Hit Counter  
© 2019 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com