Member Log in สมัครสมาชิก
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
โปรแกรมค้นหาคำในพระคัมภีร์ Search by Scriptures
Search by Scripture..Eng!
經 文 查 尋 ... Chi!
อ่าน พระคัมภีร์ Read Bible Online!
New Testament
พันธสัญญาใหม่
聖經 Online!
อ่าน บทเรียนชีวิต Read Life Study Online!
Life Study of the Bible
บทเรียนชีวิต เยเนซิศ
生命讀經
อ่าน หนังสือฝ่ายวิญญาณ Read Online!
วอชแมน นี Books by Watchman Nee...Eng!
วิทเนส ลี Books by Witness Lee...Eng!
ชีวิตคริสเตียนที่ปกติ
พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง
สิบสองตระกร้า
ประสบการณ์พระคริสต์
ทำความรู้จักกับชีวิต
ฟังการกระจายเสียง Boardcast
หนังสือบทเรียนชีวิต - อังกฤษ Life Study of the Bible
ข้อพระคัมภีร์ Scripture Readings
บทเพลงสรรเสริญ Hymns
Englsih/ ฟังบทเพลงอังกฤษ
English/ ซื้อบทเพลงอังกฤษ
Chinese / ซื้อบทเพลงจีน
Thai / ไทย
กิตติคุณ 福音
Falsely Accused
The Silent Question
ความหวังที่มีชีวิตนิรันดร์
ภัยพิบัติ สึนามิ
ความลี้ลับแห่งชีวิตมนุษย์
福音故事
福音單張
有神
人生的意義
到底有沒有神
Our Greatest Treasure
ศาสนาใดถูกต้อง? ศาสนาอะไรดีที่สุด
ไม่มีทุกข์ใดบนโลกนี้ที่สวรรค์ไม่อาจเยียวยาได้
What Touch God
พระเจ้ามีจริง? / คุณพิสูจน์ได้หรือว่าพระเจ้ามีจริง? / พระเจ้ามีจริงหรือ?
ศาสนาใดถูกต้อง?
มนุษย์คืออะไร,มนุษย์คือใคร,มนุษย์มาจากไหน,ใครสร้างมนุษย์
มีพระเจ้า
The Mystery of Human Life
ศูนย์ฝึกฝนเต็มเวลา:วัยกลางคน Middle-Age Training Center
ไต้หวัน / Taiwan
อเมริกา / USA
ศูนย์ฝึกฝนเต็มเวลา Full-Time Training Center
1989 USA
2005 Japan
1992 Russia
1993 New Zealand
1986 Taiwan
1997 England
1985 Philippines
2003 Hong Kong
2002 Mexico
2000 Malaysia
1999 Thailand
1995 Indonesia
1996 Korea
PDA / Pocket PC
Holy Bible
isilo
Bible / Hymns พิมพ์ PDA
有聲書/ หนังสือมีเสียง
ซื้อCD หนังสือมีเสียง-จีน Chinese
สมัครรับ eMANNA
Korean / เกาหลี
English / อังกฤษ
Thai / ภาษาไทย
Chinese / จีน
โครงร่าง Outline 綱 要
Chinese / 綱要 / จีน
English / อังกฤษ
Gospel Book Room / ห้องสมุดกิตติคุณ
Thailand / ไทย
Korea / เกาหลี
Japan / ญี่ปุ่น
Taiwan / ไต้หวัน
The Gospel Bookroom Thailand
Other Links
www.lsmchinese.org
www.ministrybooks.org
online.recoveryversion.org
www.livingstream.com
www.lsmkorean.org
www.lsm.org/
http://www.cgdepot.org
www.lastadam.com
www.churchhistories.org
Christians on Campus
www.christianwebsites.org
Local churches
www.lsm.org/espanol
สาระความรู้
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
Dictionary online
ดิกชั่นนารี่ออนไลน์
คำพยาน / Testimonies of God
ตั้งกระทู้ใหม่ / New Topic
หลักความเชื่อและภาคปฏิบัติของคริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลาย
(Reader : 7053)

บทนำ

เนื่องจากมีบุคคลจำนวนมากทั้งที่เป็นคริสเตียนและไม่ใช่คริสเตียนได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของคริสตจักรท้องถิ่นแห่งการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้า เราจึงใช้หนังสือเล่มนี้เป็นการแนะนำเบื้องต้นถึงหลักความเชื่อและภาคปฏิบัติของเรา ในฐานะบุตรแห่งความสว่าง เรารู้สึกขอบคุณพระเจ้าสำหรับโอกาสอันดีนี้ที่จะรับภาระเป็นพยานอย่างเปิดเผยว่า อะไรคือหลักความเชื่อ คำสอนและภาคปฏิบัติของเรา เรามีหนังสืออื่นอีกมากมายที่จะให้ความช่วยเหลือด้านความหมายของเรื่องราวที่สำคัญต่างๆ ในพระคัมภีร์ รวมทั้งเรื่องการประสบการณ์พระคริสต์ การบังเกิดใหม่ การเปลี่ยนแปลง การเจริญเติบโตของชีวิต คริสตจักร อาณาจักร พระเจ้าตรีเอกภาพ แผนการบริหารของพระเจ้า และวิญญาณของมนุษย์ ยังมีพระคัมภีร์ฉบับฟื้นฟูซึ่งแปลให้ตรงตามภาษาเดิมพร้อมคำอธิบาย อีกทั้งบทเรียนชีวิตของพระคัมภีร์แต่ละเล่ม ผู้ที่มีใจแสวงหาย่อมได้รับคำตอบจากหลักความจริงเหล่านี้
เราต้องการให้คริสเตียนทั้งหลายรู้จักคริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลายที่ได้ยึดมั่นในความเชื่ออย่างเดียวกัน (ตต.1:4) และเป็นคริสเตียนที่ถูกต้องแท้จริง เราต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และผู้ช่วยให้รอดของเราแล้ว พระองค์อาศัยอยู่ในเราเป็นชีวิตของเรา และพระองค์ก็เป็นทุกๆ สิ่งสำหรับเรา เรารักพระองค์ เราปรนนิบัติพระองค์และเราก็กำลังนำพาผู้อื่นมารู้จักตัวของพระองค์ เราประชุมร่วมกันในคริสตจักรท้องถิ่นต่างๆ ในฐานะ คริสเตียนที่ได้รับการชำระ โดย พระโลหิต ได้รับการบังเกิดใหม่ และได้ รับพระวิญญาณเติมเต็ม โดยไม่เกี่ยวข้องกับ คณะนิกาย ใดๆ เพราะว่าเราต้องการ เป็นพยานถึงการเป็นหนึ่งแห่งพระกายของพระคริสต์ เรายินดี ต้อนรับ ผู้เชื่อที่แท้จริง ทุกท่าน และเราก็ต้องการ สามัคคีธรรม กับพวกเขาในฐานะ พี่น้องของเราในพระคริสต์ นี่เป็นน้ำใสใจจริงของเราและเป็น ความปรารถนาของเราจริงๆ เพื่อพยานแห่งการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะได้แผ่ขยายบนแผ่นดินโลกนี้และมีความเข้มแข็งมากขึ้น เพื่อเจ้าสาวของพระองค์จะได้ถูกเตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระองค์ในไม่ช้า ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสัตย์ซื่อทรงเป็นพยานยืนยันถึงพระราชกิจแห่งการฟื้นฟูของพระองค์บนแผ่นดินโลกในวันเหล่านี้

หลักความเชื่อของเรา

1. เราเชื่อว่า พระคัมภีร์ เป็น การเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ โดย การดลใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผ่านพวก อัครทูตและผู้เผยพระวจนะ ต่างๆ
2. เรา เชื่อ ว่า พระเจ้าเป็นพระเจ้าตรีเอกภาพ ในธาตุแท้นั้น พระเจ้ามีองค์เดียว แต่ในด้าน แผนการบริหาร ทรงมี 3 พระภาค พระบิดาและพระบุตรและพระวิญญาณ ทรงดำรงอยู่ตั้งแต่ นิรันดร์กาลก่อนถึง นิรันดร์กาล ในอนาคต โดยมี พระบิดา เป็น ผู้วางโครงการ พระบุตรมาสำเร็จงาน พระวิญญาณมาดำเนินการเพื่อ สำเร็จแผนการบริหารของพระเจ้า
3. เราเชื่อว่า พระเจ้า พระองค์เอง ได้มาบังเกิดเป็น รูปกายมนุษย์ ทรงพระนามว่า เยซู บังเกิดจากมาเรีย หญิงพรหมจารี พระองค์ไม่มีบาป พระองค์เป็นพระผู้ไถ่ และ ผู้ช่วยให้รอดของเรา
4. เรา เชื่อว่า พระเยซู ผู้ซึ่งเป็น มนุษย์พระเจ้า พระองค์ ทรงเป็น มนุษย์แท้ และ พระเจ้า องค์ครบสมบูรณ์ ได้ ดำเนินอยู่บนโลก 33 ปีครึ่ง เพื่อให้ มนุษย์รู้จักพระเจ้า พระบิดา
5. เราเชื่อ ว่า พระเยซูคือ พระคริสต์ ผู้ได้รับการชโลมจาก พระเจ้า ด้วย พระวิญญาณบริสุทธิ์ ของพระองค์ พระองค์ ได้ สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อ ความผิดบาปของเรา และ หลั่งพระโลหิตเพื่อสำเร็จการไถ่เรา

6. เราเชื่อว่า หลังจากพระเยซูคริสต์ได้ถูกฝังสามวัน พระองค์ ทรงคืนพระชนม์ ทั้ง กาย และวิญญาณ และใน การคืนพระชนม์ นี้ พระองค์ ทรงกลายเป็น พระวิญญาณผู้ประทานชีวิต ประทานพระองค์เองเข้าสู่ภายในเราเป็น ชีวิต และ เป็นทุกสิ่งของเรา

7. เราเชื่อว่า หลังจากที่พระองค์คืนพระชนม์ พระองค์ได้ เสด็จขึ้นสู่สวรรค์ และ พระเจ้าได้ทรงตั้งพระองค์เป็นพระคริสต์ และ องค์พระผู้เป็นเจ้าของสิ่งสารพัดทั้งปวง พระคริสต์ ทรงถูกแต่งตั้งให้ปฏิบัติการให้บรรลุซึ่ง แผนการบริหารที่พระเจ้าทรงมีต่อมนุษย์

8. เราเชื่อว่าหลังจาก การเสด็จสู่สวรรค์ พระคริสต์ได้ประทานพระวิญญาณของพระเจ้า เพื่อ ชโลมแก่ผู้เชื่อที่พระองค์ทรงเลือกสรร เพื่อเขาเหล่านั้นได้ บัพติศมาเข้าเป็นกายเดียว และ วันนี้ พระวิญญาณของพระเจ้า ซึ่งก็คือ พระวิญญาณของพระคริสต์ กำลังดำเนินอยู่บนโลก เพื่อกระตุ้น คนบาป ที่ พระเจ้าทรงเลือกสรร จะ ได้บังเกิดใหม่ เข้าร่วมในอวัยวะทั้งปวงของ พระคริสต์ และ รับการหล่อเลี้ยง จนเจริญเติบโตในชีวิต เพื่อ ก่อสร้างพระกายของพระคริสต์ สำหรับ การสำแดงแห่งกลุ่มชนของพระองค์ และ สำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่

9. เราเชื่อว่าพระเจ้าได้เสด็จมากลายเป็นมนุษย์ เพื่อจะกระทำให้ (ตาย—ไถ่บาป เป็นขึ้น—ประทานชีวิต) มนุษย์กลายเป็นพระเจ้า ในด้าน ชีวิต และ นิสัย แต่ ไม่มีส่วนใน ฐานันดรความเป็นพระเจ้า

10. เราเชื่อว่า คริสตจักรมีหนึ่งเดียวในจักรวาล คือ พระกายของพระคริสต์ แต่ได้มีภาคปฏิบัติและปรากฏในท้องถิ่นต่างๆ เป็น คริสตจักรท้องถิ่น ทั้งหลาย ท้องถิ่นหนึ่งมี คริสตจักร หนึ่งเดียวเท่านั้น เพื่อเป็น พยานถึงพระกายที่มีหนึ่งเดียว

11. เราเชื่อว่า ในยุคสุดปลาย พระคริสต์จะเสด็จกลับมา เพื่อ รับวิสุทธิชนของพระองค์ และ มาพิพากษาโลกนี้ ครอบครองโลกนี้ และ ก่อตั้งอาณาจักรพันปี ของพระองค์

12. เราเชื่อว่า เฉพาะ วิสุทธิชน ผู้มีชัยชนะ จะปกครองร่วมกับ พระคริสต์ ในอาณาจักรพันปี และ ผู้เชื่อในพระคริสต์ ทุกคน จะมีส่วนในพระพรของพระเจ้า ในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ซึ่งอยู่ใน ฟ้าใหม่แผ่นดินโลกใหม่ ชั่วนิรันดร์


ฐานรากและฐานของเรา (Foundation and Ground)

I. ฐานรากของคริสตจักร ที่เป็น การก่อสร้างอันศักดิ์สิทธิ์ ก็คือ พระคริสต์ที่ทำ การไถ่ และ ช่วยให้รอด ซึ่งได้ ถูกเปิดเผย และ ถูกหล่อเลี้ยง ออกไปโดย เหล่าอัครทูต และ ผู้เผยพระวจนะ (1กธ.3:10–11; อฟ.2:20):

1. ในฐานะที่ องค์พระเยซูเจ้า ทรงเป็น พระคริสต์และ พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ พระองค์ทรงเป็นฐานรากเพียงหนึ่งเดียวที่พระเจ้าทรงวางไว้เพื่อการก่อสร้างคริสตจักร. ไม่มีผู้ใดสามารถวางฐานรากอื่นใดได้อีก (มธ.16:16–18; 1กธ.3:10–11):

(1) พระคริสต์ทรงเป็น ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง. ไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดอาจเทียบกับพระองค์ได้ (กซ.1:15–19; 2:9, 16–17; 3:4, 10–11).

(2) มีเพียงพระคริสต์ ที่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็น ฐานรากแห่งการก่อสร้างอันศักดิ์สิทธิ์ ได้ ตามแผนการบริหารที่นิรันดร์ของพระเจ้า (1กธ.1:24, 30; 2:2; 3:10–11).
2. คริสตจักรถูกก่อสร้างขึ้น บนฐานรากแห่งเหล่าอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ พร้อมด้วย การเปิดเผยที่พวกเขาได้รับจากพระคริสต์ผู้เป็นศิลา และ พร้อมด้วย คำสั่งสอน ของพวกเขา (อฟ.2:20; มธ.16:18; กจ.2:42):
(1) เนื่องจาก ข้อลับลึกของพระคริสต์ ได้ถูกเปิดเผยแก่ เหล่าอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ การเปิดเผยที่พวกเขาได้รับจึงถือเป็น ฐานรากที่ให้คริสตจักร ได้ถูกก่อสร้างขึ้น (อฟ.3:4–5; 2:20).
(2) ในโลกนิรันดร์จะมีกรุงเยรูซาเล็มใหม่เพียงหนึ่งเดียวที่ถูกก่อสร้างขึ้นบนฐานรากแห่งการปฏิบัติมากมายที่วางซ้อนทับกันอยู่ ซึ่งจะนำไปสู่พยานเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ในการสำแดงเพียงหนึ่งเดียว (วว.21:14, 18–20).
(3) ในการก่อสร้างคริสตจักร พระเจ้าทรงทำงานตามโครงการที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าและเปิดเผยไว้ (มธ.16:18; อฟ.2:20; เทียบ อซด.25:8–9):
ก. สิ่งสำคัญที่สุดในการงานฝ่ายวิญญาณของเราก็คือความรู้ที่มีต่อต้นแบบ (ลักษณะ) ที่ถูกสำแดงบนภูเขา (ฮร.8:5).
ข. ลักษณะที่ถูกสำแดงบนภูเขาก็คือโครงการของพระเจ้า. ถ้าเราไม่เข้าใจโครงการของพระเจ้า เราย่อมไม่มีทางที่จะทำการก่อสร้างของพระเจ้าได้ (อฟ.3:4).
II. คำว่า “ฐาน” ที่เราใช้ในการกล่าวถึงคริสตจักรนั้นไม่ได้หมายถึงฐานราก แต่หมายถึงสถานที่ ซึ่งก็เหมือนกับสถานที่อันเป็นที่วางฐานรากของสิ่งก่อสร้าง:
1. ตามการเปิดเผยอันศักดิ์สิทธิ์ในพันธสัญญาใหม่ ฐานของคริสตจักรนั้นก่อรูปขึ้นด้วยองค์ประกอบที่สำคัญสามอย่าง:
(1) องค์ประกอบแรกซึ่งก่อรูปขึ้นเป็นฐานของคริสตจักรก็คือ ความเป็นหนึ่งที่มีเพียงหนึ่งเดียวแห่งพระกายจักรวาลของพระคริสต์ (4:4).
ก. ความเป็นหนึ่งนี้ถูกเรียกว่า “ความเป็นหนึ่งแห่งพระวิญญาณนั้น” (ข้อ 3).
ข. ความเป็นหนึ่งนี้คือความเป็นหนึ่งที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอธิษฐานไว้ในโยฮันบทที่ 17 ซึ่งก็คือความเป็นหนึ่งในการผสมผสานระหว่างพระเจ้าตรีเอกภาพที่ผ่านขั้นตอนกับผู้เชื่อทุกคนซึ่งอยู่ในพระคริสต์ (ข้อ 6, 11, 14–24).
ค. ความเป็นหนึ่งนี้ถูกแจกจ่ายเข้าสู่วิญญาณของผู้เชื่อทุกคนที่อยู่ในพระคริสต์ ในเวลาที่พวกเขาบังเกิดใหม่โดยพระวิญญาณแห่งชีวิตโดยมีพระคริสต์เป็นชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์.
(2) องค์ประกอบที่สองซึ่งก่อรูปขึ้นเป็นฐานของคริสตจักรก็คือ ฐานที่มีเพียงหนึ่งเดียวแห่งท้องถิ่นอันเป็นที่ซึ่งคริสตจักรท้องถิ่นได้ก่อตั้ง
และดำรงอยู่ (กจ.14:23; ตต.1:5; วว.1:11).
(3) องค์ประกอบที่สามซึ่งก่อรูปขึ้นเป็นฐานของคริสตจักรก็คือ ความเที่ยงแท้ของพระวิญญาณแห่งความเป็นหนึ่ง ซึ่งจะสำแดงความเป็นหนึ่งที่มีเพียงหนึ่งเดียวแห่งพระกายจักรวาลของพระคริสต์อยู่บนฐานท้องถิ่นที่มีเพียงหนึ่งเดียวของคริสตจักรท้องถิ่น (1ยฮ.5:6; ยฮ.16:13):
ก. โดยพระวิญญาณแห่งความเที่ยงแท้ ซึ่งเป็นความเที่ยงแท้ที่มีชีวิตของตรีเอกภาพอันศักดิ์สิทธิ์ ความเป็นหนึ่งแห่งพระกายของพระคริสต์จึงกลายเป็นสิ่งที่เที่ยงแท้และมีชีวิต.
ข. โดยพระวิญญาณนี้ ฐานของคริสตจักรจึงถูกนำไปปรับใช้ในลักษณะที่เป็นชีวิต ไม่ใช่เป็นกฎบัญญัติ.
ค. โดยพระวิญญาณนี้ ฐานที่แท้จริงของคริสตจักรจึงถูกนำไปเชื่อมต่อกับพระเจ้าตรีเอกภาพ (อฟ.4:3–6).
2. ในเรื่องฐานของคริสตจักรนั้น พระบัญญัติบทที่ 12 มีความสอดคล้องกับการเปิดเผยในพันธสัญญาใหม่อยู่อย่างน้อยสี่ด้าน:
(1) ในพระบัญญัติบทที่ 12 และในพันธสัญญาใหม่ เราจะเห็นได้ว่าพลไพร่ของพระเจ้าจะต้องเป็นหนึ่งอยู่เสมอ:
ก. ในพระปัญญาของพระเจ้า พระองค์จึงไม่อนุญาตให้พลไพร่ของพระองค์มีการเลือกสรรหรือความรักชอบของตนเอง แต่ทรงเรียกร้องให้พวกเขามายังศูนย์กลางแห่งการนมัสการเพียงหนึ่งเดียว.
ข. ไม่ว่าพลไพร่ของพระเจ้าหรือบรรดาผู้เชื่อในพระคริสต์จะมีจำนวนมากเท่าไร พวกเขาก็ยังคงต้องเป็นหนึ่งและต้องมีศูนย์กลางในการนมัสการพระเจ้าแห่งเดียวกัน.
(2) ทั้งในพระบัญญัติบทที่ 12 และในพันธสัญญาใหม่ หนทางของพระเจ้าในการรักษาความเป็นหนึ่งของพลไพร่ของพระองค์ก็คือการได้มาซึ่งสถานที่ซึ่งตั้งพระนามของพระองค์ ซึ่งเป็นพระนามที่มีเพียงหนึ่งเดียว (พบญ.12:5, 11, 21):
ก. การถูกชุมนุมกันเข้าสู่นามชื่ออื่นๆ ก็คือการแตกแยกกัน เพราะนามชื่อเหล่านั้นเป็นพื้นฐานให้เกิดการแตกแยก.
ข. เราไม่ควรเอาชื่อเรียกหรือนามใดๆ มาเรียกตัวเอง แต่ควรที่จะถูกชุมนุมกันเข้าสู่พระนามขององค์พระเยซูเจ้า (มธ.18:20).
(3) ทั้งในพระบัญญัติบทที่ 12 และในพันธสัญญาใหม่ล้วนเปิดเผยว่า สถานที่ซึ่งพระเจ้าเลือกสรรให้เราไปนมัสการพระองค์ก็คือสถานที่อันเป็นที่ประทับของพระองค์ (พบญ.12:5):
ก. การสำเร็จเป็นจริงของแบบเล็งที่อยู่ในพระบัญญัติบทที่ 12 ไม่ใช่เรื่องของสถานที่ทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นเรื่องของวิญญาณของเรา (อฟ.2:22; ยฮ.4:21–24).
ข. ในการชุมนุมกันเพื่อนมัสการพระเจ้าโดยการรับสุขพระคริสต์นั้น เราจะต้องชุมนุมเข้าสู่พระนามของพระคริสต์ และเราจะต้องอยู่ในวิญญาณ มิฉะนั้นเราจะสูญเสียไปซึ่งฐานที่ถูกต้องของคริสตจักร.
(4) ในพระบัญญัติบทที่ 12 และในพันธสัญญาใหม่ เรามีแท่นบูชา ซึ่งก็คือกางเขน (มธ.10:38):
ก. ทางที่จะเข้าสู่คริสตจักรต้องผ่านกางเขน และทุกคนที่จะเข้าสู่คริสตจักรจะต้องมีประสบการณ์ต่อกางเขนและต้องถูกตรึงตาย (ฆต.6:14).
ข. การมีประสบการณ์ต่อกางเขนก็คือการถูกทิ้งไว้, ถูกขจัดทิ้งไป, ถูกสิ้นสุดจนไม่เหลืออะไรเลย (1กธ.1:18, 23; 2:2).
(5) การทรยศของยาระบะอามได้ละเมิดต่อการกำหนดของพระเจ้าที่ให้มีศูนย์กลางแห่งการนมัสการเพียงแห่งเดียวในแผ่นดินบริสุทธิ์เพื่อที่ จะรักษาความเป็นหนึ่งท่ามกลางพลไพร่ชาวอิสราเอล. การทรยศนี้อาจถือเป็นแบบเล็งของการทรยศที่อยู่ในคริสตศาสนจักรในทุกวันนี้ (1พกษ.12:25–33).
3. ฉะนั้นคริสตจักรแห่งการฟื้นฟูของเราในทุกวันนี้ เราได้ก่อสร้างคริสตจักรท้องถิ่น โดยยึดฐานรากหนึ่งเดียวคือพระคริสต์ และการเปิดเผยของพระคริสต์ผ่านอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ และเราได้ตั้งคริสตจักรบนฐานแห่งความเป็นหนึ่งที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 อย่างคือ
(1) ความเป็นหนึ่งที่มีหนึ่งเดียวแห่งพระกายของพระองค์
(2) ฐานหนึ่งเดียวแห่งท้องถิ่นที่คริสตจักรตั้งอยู่และดำรงอยู่
(3) ความเที่ยงแท้ของพระวิญญาณแห่งความเป็นหนึ่ง คริสตจักรต้องตั้งอยู่บนองค์ประกอบทั้ง 3 นี้จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เช่นนี้ก็จะรักษาความเป็นหนึ่งในพระกายทั่วทั้งจักรวาลนี้ได้
4. ถ้าเราไม่สนใจฐานรากและฐานของคริสตจักร อีกทั้งก่อสร้างบนฐานรากและฐานอย่างอื่น เช่นนั้นเกรงว่าเราจะถูกสาปแช่งเหมือนยาระบาอาม ขอให้เราร่วมกันมาฟื้นฟูฐานรากและฐานที่ถูกต้องเถิด อาเมน

หน้าที่ของเราที่ได้รับการมอบหมายจากองค์พระผู้เป็นเจ้า

1. เกิด — ประกาศกิตติคุณ นำคนบาปให้ได้รับความรอดกลายเป็นบุตรของพระเจ้า (มธ.28:19)
2. เลี้ยง — ประชุมบ้าน คือไปเลี้ยงดูผู้เชื่อใหม่ตามบ้านของเขา ให้เขาเติบโตขึ้นจนกลายเป็นการสำแดงของพระคริสต์ (ยฮ.21:15)
3. สอน — ประชุมหมู่ นำผู้เชื่อใหม่เข้าสู่ประชุมหมู่ เพื่อร่วมแสวงหากับผู้อื่น และสอนให้เขารู้หลักความจริงในพระคัมภีร์ จนบรรลุสู่การรู้จักพระบุตรของพระเจ้าอย่างเดียวกัน (กจ.20:20; อฟ.4:13)
4. สร้าง — ประชุมเขต นำผู้เชื่อทุกคนร่วมประชุมหักขนมปังในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้า (กจ.20:7) ไม่เน้นการประชุมใหญ่ แต่แบ่งเป็นเขตๆ ละประมาณ 20–30 คน เพื่อฝึกฝนให้ทุกคนมีการใช้งาน ในการเผยพระวจนะอย่างทั่วถึง (1กธ.14:3, 31) อาจจะผสมผสานพี่น้องจากทุกเขตเข้าด้วยกันเดือนละครั้งก็ได้
5. ก่อสร้างคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายหนึ่งเดียวของพระคริสต์ โดยมีภาคปฏิบัติตามท้องถิ่นต่างๆ ท้องถิ่นละคริสตจักรเดียว (อฟ.4:12; กจ.8:1; 13:1; วว.1:11)
6. ผสมผสานคริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลายทั่วโลกเข้าด้วยกัน (1กธ.12:24) โดยอาศัยคำสอนของอัครทูตซึ่งก็คือการตรัสของพระเจ้าในพันธสัญญาใหม่ (กจ.2:42) และสามัคคีธรรมเยี่ยมเยียนกันและกันอย่างทั่วถึง การก่อสร้างพระกายนี้ได้อาศัยคริสตจักรท้องถิ่นซึ่งเป็นเหมือนกระบวนการไม่ใช่เป้าหมาย แต่พระกายที่ถูกก่อสร้างขึ้นจนสำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่ นั่นจึงจะเป็นเป้าหมายของเรา



เกี่ยวกับการฟื้นฟู
เราผู้อยู่ในคริสตจักรท้องถิ่นนั้นล้วนเพื่อ “การฟื้นฟูของพระเจ้า” คำนิยามขั้นพื้นฐานของคำว่า “การฟื้นฟู” หมายถึงอะไรนั้น เป็นสิ่งจำเป็นต้องอธิบายเพื่อความเข้าใจอันถูกต้องแห่งพยานของเรา
1. คำว่า “ฟื้นฟู” หมายถึง การได้รับคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่งของบางสิ่งที่ได้สูญเสียไปแล้ว ได้ถูกกระทำให้คืนสู่สภาพปกติ การที่กล่าวว่าพระเจ้ากำลังฟื้นฟูบางสิ่งนั้นหมายถึงในประวัติศาสตร์ของคริสตจักรสิ่งนั้นได้สูญหาย สูญเสีย หรือได้เปลี่ยนสภาพไปแล้ว และบัดนี้พระเจ้ากำลังกระทำให้สิ่งนั้นคืนสู่ภาวะหรือสภาพดั้งเดิม
2. เนื่องจากในหลายศตวรรษที่ผ่านมาของประวัติศาสตร์ คริสตจักรได้ตกต่ำและเปลี่ยนสภาพไป คริสตจักรจึงต้องการการฟื้นฟูตามพระประสงค์อันดั้งเดิมของพระเจ้า นิมิตของเราเกี่ยวกับด้านของคริสตจักรนั้น เราไม่ยอมรับสภาพการณ์ที่ตกต่ำและพิธีการตามประเพณีสืบทอด แต่ตามพระประสงค์ดั้งเดิมของพระเจ้า และตามมาตรฐานอันไม่เปลี่ยนแปลงของพระองค์ ดังพระคำที่พระองค์ได้เปิดเผยไว้ เราไม่ถือว่าการเปิดเผยเกี่ยวกับคริสตจักรในพันธสัญญาใหม่นี้เป็นเพียงประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นแล้วเท่านั้น แต่เราถือเป็นแบบอย่างสำหรับภาคปฏิบัติของคริสตจักรในวันนี้ด้วย
3. การฟื้นฟูของพระเจ้าไม่ได้เริ่มต้นเมื่อศตวรรษที่ 20 แม้ว่าจะยากแก่การกำหนดวันเริ่มต้นที่แน่ชัด แต่ก็พอจะกำหนดได้ว่าเริ่มตั้งแต่มาติน ลูเธอร์ ได้ปฏิรูปศาสนาคริสต์ การฟื้นฟูได้ผ่านขั้นตอนหลายอย่างตั้งแต่ยุคปฏิรูปศาสนาคริสต์เป็นต้นมา โดยผ่านการฟื้นฟูบางส่วนในเรื่องชีวิตคริสตจักรในโบฮีเมีย (Bohemia) ภายใต้การนำของซินเซนดอร์ฟ (Zinsendorf) ผ่านการฟื้นฟูด้านการเปิดเผยพระคำแห่งหลักความจริงอันล้ำค่าโดยพวกคณะพี่น้อง (Plymauth Brethren) และจากนั้นก็ผ่านถึงขั้นประสบการณ์ชีวิตภายในที่แท้จริง บัดนี้การฟื้นฟูก็ได้มาถึงขั้นตอนของการก่อตั้งคริสตจักรท้องถิ่นอันดั้งเดิม เพื่อการก่อสร้างพระกายของพระคริสต์ สำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่
4. การฟื้นฟูของพระองค์ในวันนี้ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงกำลังจะทำราชกิจ 2 ประการคือ พระองค์กำลังฟื้นฟูประสบการณ์พระคริสต์ผู้อุดมสมบูรณ์นี้ ซึ่งก็คือการรับสุขพระคริสต์ในฐานะที่เป็นชีวิตและทุกสิ่งของเรา และพระองค์กำลังฟื้นฟูภาคปฏิบัติของชีวิตคริสตจักร ทั้งสองประการนี้จะถูกฟื้นฟูไปพร้อมๆ กัน เพราะว่าภาคปฏิบัติของชีวิตคริสตจักรก็คือ ผลลัพธ์จากการรับสุขพระคริสต์ผู้อุดมสมบูรณ์ วันนี้เราผู้อยู่ในการฟื้นฟูขององค์พระผู้เป็นเจ้าขอเป็นพยานว่า พระคริสต์คือความอุดมสมบูรณ์อันหาที่สุดไม่ได้ และพระองค์คือผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง เพื่อเป็นการรับสุขของเรา ให้เราเติบโตขึ้นและเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นพระเจ้าในด้านชีวิตและนิสัย แต่ไม่มีส่วนในฐานันดรความเป็นพระเจ้า ยิ่งไปกว่านั้นเรายังพูดได้ว่า การฟื้นฟูของพระเจ้าก็คือพระเจ้ากลายเป็นรูปกายเนื้อหนัง รูปกายเนื้อหนังกลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิต พระวิญญาณผู้ประทานชีวิตกลายเป็นพระวิญญาณที่เพิ่มกำลังเจ็ดเท่า เพื่อก่อสร้างพระกายของพระคริสต์ สำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่

เกี่ยวกับเรื่องพระคุณความรอด

1. ความรอดที่ครบสมบูรณ์ของพระเจ้าแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่งคือ การไถ่ทางด้านหลักกฎหมาย โดยอาศัยพระโลหิตที่ไหลจากสีข้างของพระเยซูประกอบด้วย 5 ประการคือ อภัยบาป, ชำระบาป, โปรดให้ชอบธรรม, คืนดีกับพระเจ้า และแบ่งแยกบริสุทธิ์ทางด้านฐานะ
ส่วนที่สองคือ การช่วยให้รอดทางอินทรียภาพ โดยอาศัยชีวิต ซึ่งมีแบบเล็งโดยน้ำที่ไหลออกจากสีข้างของพระเยซู (ยฮ.19:34) ในส่วนนี้ได้แบ่งออกเป็น 8 ประการคือ การบังเกิดใหม่, บำรุงเลี้ยง, แบ่งแยกบริสุทธิ์ทางนิสัย, เปลี่ยนใหม่, เปลี่ยนแปลง, ก่อสร้าง, ถอดแบบและได้รับสง่าราศี
2. ในความรอดนี้ เราเชื่อว่าพระคริสต์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ (มธ.16:18) และพระองค์ก็คือพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ที่เสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์
พระองค์ทรงตายบนกางเขนและถูกฝังไว้ วันที่สามทรงเป็นขึ้นมาใหม่ ความรอดนี้ต้องอาศัยความเชื่อในใจ ปากยอมรับพระนามพระเยซู (รม.10:9, 13) และรับบัพติศมาในพระนามพระเยซู เข้าสู่พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณ (กจ.2:38; มธ.28:19)
3. ความรอดนี้ไม่ใช่อาศัยการประพฤติ แต่อาศัยความเชื่อ (อฟ.2:8) และเมื่อเราได้รับความรอดแล้วก็จะรอดนิรันดร์จะไม่พินาศอีก (ยฮ.10:28) และมีส่วนในกรุงเยรูซาเล็มใหม่ ในโลกนิรันดร์ แต่ผู้เชื่อทุกคนไม่แน่ว่าจะมีส่วนในอาณาจักรพันปี ในโลกหน้า อาณาจักรพันปีนี้มีไว้เป็นบำเหน็จสำหรับผู้เชื่อที่ดำเนินชีวิตที่มีชัยชนะโดยพระเยซูคริสต์ เขาจะได้เป็นกษัตริย์ร่วมปกครองกับพระองค์ในอาณาจักรนี้ (วว.20:4; 2:26) ส่วนผู้เชื่อที่ดำเนินชีวิตคริสเตียนพ่ายแพ้ เขาจะถูกทิ้งไว้ที่มืดภายนอกอาณาจักร ขบเขี้ยว เคี้ยวฟัน (มธ.25:30) ฉะนั้นเราไม่เพียงแต่แสวงหาความรอดที่นิรันดร์นี้ เรายังต้องร้อนรนในวิญญาณแสวงหาเพื่อเป็นผู้มีชัยชนะ เข้าสู่อาณาจักรพันปี ร่วมครอบครองกับพระคริสต์

เกี่ยวกับเรื่องการดำเนินชีวิตของคริสเตียน

1. การบังเกิดใหม่
ชีวิตคริสเตียนตั้งต้นด้วยการบังเกิดใหม่ การบังเกิดใหม่คือการบังเกิดของพระวิญญาณในวิญญาณของเรา (ยฮ.3:6) โดยผ่านการไถ่ของพระคริสต์ และด้วยเหตุนี้ ทำให้ชีวิตและพระนิสัยของพระเจ้าเข้ามาอยู่ภายในวิญญาณของเรา สิ่งนี้ทำให้วิญญาณของเรามีชีวิตเป็นอยู่ร่วมกับชีวิตของพระเจ้า และมีส่วนในอาณาจักรของพระเจ้า

2. การแบ่งแยกแบ่งแยกบริสุทธิ์
ชีวิตคริสเตียนที่แท้จริงจะต้องแบ่งแยกจากโลกที่มลทินและชั่วร้ายนี้อย่างสิ้นเชิง การแบ่งแยกบริสุทธิ์นี้ไม่ใช่เป็นไปตามกฎหมาย หรือกฎเกณฑ์ที่มนุษย์บัญญัติขึ้น แต่เป็นไปตามชีวิตและพระนิสัยอันบริสุทธิ์ของบุคคลผู้หนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ภายในเรา เราถูกแบ่งแยกถวายแด่พระเจ้าโดยพระโลหิตแห่งการไถ่ของพระคริสต์ โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์และในพระนามขององค์พระเยซู (ยฮ.17:11, 16) เพื่อจะมีชีวิตคริสเตียนที่ถูกต้อง เราจำต้องรักษาไว้ซึ่งฐานะแห่งการแบ่งแยก แม้ว่าเราไม่ได้เป็นของโลก กระนั้นก็ตามเราจะสำแดงชีวิตอันบริสุทธิ์ในโลกนี้

3. การมอบถวาย
ชีวิตคริสเตียนเป็นชีวิตแห่งการมอบถวาย การมอบถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าหมายถึง การมอบแด่พระองค์อย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่กระทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อพระองค์ หรือกลายเป็นบางสิ่งบางอย่าง แต่เป็นการถวายตัวเป็นเครื่องบูชาอันมีชีวิตอยู่ (รม.12:1) เพื่อพระองค์สามารถใช้สอยทำงานในตัวเราตามชอบพระทัยของพระองค์ เรามอบตัวเราให้แก่องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะเรารักพระองค์และยินดีจะเป็นของพระองค์ เราก็รู้ว่าเราเป็นของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงซื้อเราด้วยพระโลหิตอันล้ำค่า เราผู้อยู่ในคริสตจักรท้องถิ่น ไม่ได้มีชีวิตเป็นอยู่ต่อตัวเราเอง แต่เป็นอยู่ต่อพระเจ้า และเพื่อสำเร็จพระประสงค์ชั่วนิรันดร์ของพระองค์
ไม่เพียงแต่มอบถวายตัว แต่เราก็มีภาคปฏิบัติในการมอบถวายทรัพย์โดยผ่านตู้ถวายทรัพย์ที่ห้องประชุมของคริสตจักร (ลก.21:1) เรารักพระองค์ เราก็ยินดีมอบถวายทรัพย์ไม่เพียงหนึ่งในสิบ อาจถวายมากกว่านั้นอีก (2กธ.9:6–7)

4. รักองค์พระผู้เป็นเจ้า
ในชีวิตคริสเตียนของเรานั้น เราเน้นในเรื่องการรักองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าประสงค์ให้เรารักพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจ เราเป็นพยานได้ว่าพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรานั้นเป็นที่รักของเรา เป็นศูนย์กลางของเรา พระองค์ทรงชนะใจของเราและเรารักพระองค์ ไม่ใช่ด้วยความรักของตัวเราเอง แต่ด้วยความรักซึ่งพระองค์ทรงรักเราก่อน

5. พระคำของพระเจ้า
พระคัมภีร์เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิตคริสเตียนของเรามากที่สุด ทุกคนที่อยู่ในคริสตจักรท้องถิ่นได้รับการหนุนใจให้อ่านพระคำในวิถีทางที่ปกติ แม้กระทั่งหนุนใจให้อ่านจบหนึ่งรอบในหนึ่งปี เราอ่านพระคำ รับสุขพระคำและต้อนรับพระคำเหมือนเป็นอาหารฝ่ายวิญญาณ โดยการอ่านอธิษฐาน (อฟ.6:18) ส่วนคำสอน การดลใจ และการนำพาทุกอย่างล้วนต้องผ่านการตรวจสอบโดยการเปิดเผยของพระเจ้าในพระคัมภีร์ แม้ว่าพระคัมภีร์จะเปิดเผยพระเจ้าในหลายๆ เรื่อง แต่สำหรับเราแล้วพระคัมภีร์ไม่ใช่เพียงคำสอนเล่มหนึ่ง ตรงข้ามพระคัมภีร์เป็นหนังสือแห่งชีวิตเล่มหนึ่ง เราอ่านพระคำไม่ใช่เพียงเพื่อความรู้ แต่เพื่อสัมผัสองค์พระเยซูซึ่งตัวพระองค์เองก็คือพระคำแห่งชีวิต (ยฮ.5:39–40) โดยการอ่านอธิษฐานพระคำ และเรายังยึดมั่นในพระคัมภีร์ฉบับที่แปลได้เที่ยงตรงตามภาษาเดิมมากที่สุด นั่นก็คือพระคัมภีร์ฉบับฟื้นฟูซึ่งได้แปลและจัดพิมพ์เป็นภาษาไทยแล้ว และมีข้อดีดังนี้คือ (1) แปลคำตรงตามภาษาเดิม (2) มีโครงร่างของทุกเล่ม (3) รู้จักผู้เขียน ผู้รับ สถานที่และเวลาที่เขียน (4) มีหัวข้อหลักของทุกเล่ม (5) มีข้อพระคัมภีร์อ้างอิงมากมาย (6) มีคำอธิบายข้อความที่ยากต่อความเข้าใจ

6. การอธิษฐาน
ชีวิตคริสเตียนก็เป็นชีวิตแห่งการอธิษฐานด้วย ในการอธิษฐานเป็นการสามัคคีธรรมส่วนตัวกับองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความหวานชื่นและสนิทสนม การอธิษฐานเป็นการประกาศถึงการพึ่งพิง การนอบน้อมต่อพระองค์ และความต้องการของเราที่จะร่วมมือกับพระองค์ในการสำเร็จพระประสงค์ของพระองค์ ทุกคนที่อยู่ในคริสตจักรท้องถิ่นได้รับการหนุนใจให้จัดเวลาสำหรับการอธิษฐานส่วนบุคคลต่อพระองค์ทุกๆ วัน และยังต้องร่วมการประชุมอธิษฐานของคริสตจักรด้วย
7. ประสบการณ์พระคริสต์
เราได้เห็นการเปิดเผยของพระเจ้าในพระคัมภีร์ว่า ชีวิตคริสเตียนที่แท้คือ การที่พระคริสต์พระองค์เองได้อาศัยอยู่ในเรา เพราะเหตุนี้ เราจึงเน้นด้านประสบการณ์พระคริสต์จากหนังสือของอัครทูตในพระคัมภีร์ใหม่ได้ให้เราเห็นว่า พระคริสต์ได้ทรงเปิดเผยในเรา ทรงอยู่ในเรา กำลังถูกก่อรูปในเรา กำลังพักพิงในเรา กำลังขยายใหญ่ขึ้นในเรา และเป็นทุกสิ่งในทุกสิ่งของเรา แทนที่เราจะเลียนแบบพระคริสต์ตามแบบอย่างภายนอก เรากลับแสวงหาเพื่อการรับสุข ประสบการณ์ และได้รับพระคริสต์มากขึ้นจวบจนพระคริสต์สำแดงใหญ่ขึ้นบนตัวเรา (ฟป.1:20–21)

8. ชีวิตแห่งการถูกตรึงตาย
ในฐานะที่เราเป็นคริสเตียนที่แท้จริง เราจำต้องมีชีวิตแห่งการถูกตรึงตาย เราไม่มีความอับอายต่อกางเขนของพระคริสต์ และเราก็ไม่หลบหลีกจากการติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้าในทางแคบแห่งไม้กางเขนนี้ ถ้าเราต้องการประสบการณ์พระคริสต์อย่างจริงจังและมีชีวิตอยู่โดยพระองค์ เราจำเป็นต้องประสบการณ์กับกิจการงานของไม้กางเขนในชีวิตประจำวันของเรา เราทุกคนได้เห็นสิ่งน่าเกลียดของเนื้อหนังมนุษย์ ซึ่งตกต่ำแล้วในสายพระเนตรของพระเจ้า และเราก็ยอมรับกับการพิพากษาของพระเจ้าที่มีต่อเนื้อหนัง ยิ่งไปกว่านั้น เราได้เห็นว่าทั้งตัวตนและมนุษย์ฝ่ายธรรมชาติเป็นศัตรูกับพระเจ้า ดังนั้น เรายินดีดำเนินชีวิตที่ถอดแบบการตายของพระคริสต์ (ฟป.3:10) เพื่อเราจะได้ประสบการณ์พระคริสต์ และดำเนินชีวิตโดยฤทธิ์เดชของชีวิตแห่งการเป็นขึ้นของพระองค์

9. การหล่อเลี้ยง
หากเราต้องการดำเนินชีวิตคริสเตียนที่ปกติ เราจำเป็นต้องได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยอาหารฝ่ายวิญญาณ และน้ำฝ่ายวิญญาณทุกวัน ด้วยเหตุนี้ เราจึงเน้นถึงการต้อนรับพระคริสต์เป็นอาหารและน้ำฝ่ายวิญญาณ เรารับสุขพระองค์ในวิญญาณ และโดยอาศัยพระคำพระองค์เป็นการหล่อเลี้ยงของชีวิต เพราะพระองค์เองตรัสว่า “ผู้ที่ได้กินเรา ผู้นั้นจะมีชีวิตเพราะเราฉันนั้น” (ยฮ.6:57) องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นอาหารแห่งชีวิต และเป็นอาหารของพระเจ้าซึ่งลงมาจากสวรรค์และประทานชีวิตแก่โลก (ยฮ.6:33, 35, 51) และเราก็ได้รับการหล่อเลี้ยงจากพระองค์ทุกวัน

10. การเจริญเติบโตในชีวิต
ในคริสตจักรท้องถิ่นนั้น เราเน้นความจริงประการหนึ่งคือ ชีวิตคริสเตียนของเราต้องเจริญเติบโตอย่างปกติ เราไม่ยอมที่จะเป็นทารกฝ่ายวิญญาณตลอดเวลา ชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์ก็เหมือนกับชีวิตของมนุษย์ จำเป็นต้องเจริญเติบโตอย่างปกติเพื่อไปสู่ชีวิตที่สุกงอม ดังนั้น เราแสวงหาองค์พระผู้เป็นเจ้าก็เพื่อการเจริญเติบโตในชีวิต เราปรารถนาที่จะเป็นคนที่สุกงอมเพื่อสำแดงองค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นตัวแทนอำนาจของพระองค์ และเข้าร่วมในการสงครามฝ่ายวิญญาณสู้รบกับศัตรูของพระองค์

11. การดำเนินชีวิตมนุษย์พระเจ้า
พระเยซูเสด็จมาบนโลก พระองค์ทรงเกิดมาเป็นมนุษย์ทางภายนอก แต่ทรงเป็นพระเจ้าทางภายใน พระองค์จึงเป็นมนุษย์พระเจ้าคนแรก การดำเนินชีวิตของพระองค์ก็คือปฏิเสธตัวเองทุกๆ เวลา ไม่ดำเนินตามสภาพมนุษย์ แต่ดำเนินตามพระเจ้าพระบิดา (สภาพพระเจ้าของพระองค์) (ยฮ.5:19) โดยการสำแดงคุณลักษณะของพระเจ้ากลายเป็นคุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ที่หอมหวนซึ่งเป็นที่ดึงดูดผู้คนทั้งหลาย วันนี้เราทั้งหลายซึ่งเป็นมนุษย์ แต่ได้บังเกิดใหม่ มีพระเจ้าเข้ามาเป็นชีวิตอยู่ในเรา พระคำของพระเจ้าบอกเราตลอดเวลาว่า อย่าได้ดำเนินตามเนื้อหนังของมนุษย์ แต่จงดำเนินตามวิญญาณที่มีพระเจ้าผสมผสานอยู่ภายใน (รม.8:6) ฉะนั้นเราทุกคนก็ล้วนเป็นมนุษย์พระเจ้า เราต้องดำเนินชีวิตที่ปฏิเสธเนื้อหนัง ธรรมชาติของเรา แต่สำแดงพระองค์ใหญ่ขึ้นบนตัวเรา โดยการสำแดงคุณลักษณะของพระเจ้า เช่น ความรัก ความสว่าง ความชอบธรรม ความบริสุทธิ์ของพระองค์ ให้กลายเป็นคุณธรรมแห่งสภาพมนุษย์ของเรา นี่แหละก็คือการดำเนินชีวิตมนุษย์พระเจ้า

12. ดำเนินตามวิญญาณนั้น
ชีวิตคริสเตียนคือชีวิตแห่งการดำเนินตามพระวิญญาณ การดำเนินตามพระวิญญาณก็คือ การที่เรามีการดำเนินชีวิต และการกระทำตามพระวิญญาณนั่นเอง ดังนั้น เราจำเป็นต้องนำความคิดใส่ไว้ในวิญญาณและทำลายการของกายนั้นเสีย (รม.8:6, 13) เมื่อเราดำเนินตามวิญญาณ ข้อเรียกร้องแห่งความชอบธรรมของพระเจ้าก็จะสำเร็จครบถ้วนในเราโดยอัตโนมัติ มีเพียงอยู่ในวิญญาณและดำเนินตามพระวิญญาณเท่านั้นที่จะทำให้สิ่งของฝ่ายวิญญาณที่เปิดเผยในพระคัมภีร์กลายเป็นความจริงของเรา เพราะเหตุนี้การเป็นคริสเตียนที่ปกตินั้น เราต้องรู้จักพระวิญญาณ เป็นอยู่ในวิญญาณ และดำเนินตามพระวิญญาณ
13. การเปลี่ยนแปลง
คริสเตียนจำนวนมากรู้จักการบังเกิดใหม่ในวิญญาณ และการเปลี่ยนรูปลักษณะของร่างกาย แต่เขากลับไม่ใส่ใจกับเรื่องที่สำคัญยิ่ง นั่นคือการเปลี่ยนแปลงของจิต แต่กระนั้นพระคัมภีร์ได้บอกว่า “แต่ว่าจงเปลี่ยนความคิดเสียใหม่” (รม.12:2) ดังนั้น เราจำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงในจิต โดยการทำงานของพระวิญญาณแห่งชีวิตซึ่งอยู่ภายในเรา ในที่สุดเราก็ถูกเปลี่ยนแปลงโดยธาตุแท้ของพระเจ้าซึมซาบและแผ่ซ่านทั่วทุกส่วน จวบจนพระคริสต์สามารถมาพักพิงในใจของเราคือเป็นนายครอบครองทุกส่วนภายในเรา (ดู อฟ.3:16–17) การเปลี่ยนแปลงของจิตนั้นสัมพันธ์กับการตระเตรียมของเราที่จะพบกับการกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้หนึ่งผู้ใดที่จะเข้าสู่ความบริสุทธิ์ของพระองค์และได้รับสง่าราศีนั้น ไม่ใช่เพียงถูกแบ่งแยกทางภายนอก แต่ต้องถูกเปลี่ยนแปลงทางภายใน การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องการการจัดการของไม้กางเขนในด้านลบและพร้อมกับการงานของพระวิญญาณแห่งชีวิตในด้านบวก

14. การเปลี่ยนรูปลักษณะของกาย
ท้ายที่สุด คือขั้นสุดท้ายของคริสเตียนที่จะมีประสบการณ์แห่งชีวิตคือ กายของเราจะถูกเปลี่ยนแปลงและเหมือนอย่างกายของพระองค์อันทรงสง่าราศี (ฟป.3:2) การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ในพระคัมภีร์เรียกว่ากายได้รับการไถ่ (รม.8:23) เป็นความครบถ้วนในการประสบการณ์ส่วนของบุตร ดังนั้น ชีวิตคริสเตียนจึงเริ่มต้นด้วยการบังเกิดใหม่ (วิญญาณ) ผ่านการเปลี่ยนแปลง (จิต) และสำเร็จครบถ้วนด้วยการเปลี่ยนรูปลักษณะ
ของกาย

เกี่ยวกับเรื่องชีวิตคริสตจักร

1. ชีวิตของกลุ่มชน
คริสเตียนต้องสำแดงออกซึ่งพระคริสต์ในฐานะชีวิตจากภายในนี่คือชีวิตของกลุ่มชน ในพระคัมภีร์ใหม่มีตัวอย่างมากมายที่ยืนยันถึงสิ่งนี้ เช่น เราเป็นฝูงแกะของพระเจ้า เราเป็นหินที่มีชีวิตอยู่ในการก่อสร้างของพระเจ้า เราเป็นกิ่งของต้นองุ่น เราเป็นอวัยวะแห่งพระกายของพระคริสต์ แม้ว่าเราต่างเป็นตัวบุคคลคนหนึ่ง แต่ในการเป็นคริสเตียน เราไม่ควรดำเนินชีวิตอย่างโดดเดี่ยวต่อไป นั่นก็คือ อย่ากระทำตามความชอบใจ การเคลื่อนไหวและเป้าหมายของตนเองอย่างเดียว ตรงข้ามพระเจ้าประสงค์ให้เรามีชีวิตอยู่ร่วมกัน ให้ตระหนักถึงพระกายของพระคริสต์ เห็นความสำคัญของส่วนรวม และมุ่งความสนใจในการก่อสร้างของคริสตจักร ดังนั้น เรากำลังฟื้นฟูชีวิตคริสตจักรที่ปกติด้วย

2. มีพระคริสต์ผู้เป็นศีรษะ
ในชีวิตคริสตจักรเราทุกคนจำเป็นต้องนอบน้อมต่อพระคริสต์ผู้เป็นศีรษะ เราเป็นพระกายและพระองค์ทรงเป็นศีรษะหนึ่งเดียวแห่งพระกายนี้ ไม่มีผู้ใดและสิ่งใดสามารถแย่งชิงพระคริสต์ผู้เป็นศีรษะไปได้ เราไม่สามารถยอมรับระบบใดๆ องค์กรใดๆ หรือผู้นำคนใดที่มาดูหมิ่นต่อพระคริสต์ผู้เป็นศีรษะ ท่ามกลางเราจะไม่มีระบบของตำแหน่งผู้ปรนนิบัติและผู้นำ ยิ่งกว่านั้น เราไม่มีระบบชนชั้น แต่เราก็ยอมรับตัวแทนอำนาจที่พระเจ้าทรงตั้งไว้ในคริสตจักร เช่น อัครทูต ผู้อาวุโส ฯลฯ เพื่อมานำพาและดูแลคริสตจักร อำนาจเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องราวทางชีวิต ไม่ใช่ตำแหน่งทางภายนอก

3. การสามัคคีธรรมและการผสมผสาน
แม้ว่าเราจะขึ้นตรงต่อพระคริสต์ผู้เป็นศีรษะก็ตาม เราก็ยังรับสุขการสามัคคีธรรมและการผสมผสานแห่งพระกายของพระคริสต์ เรารู้ว่าในพระคริสต์นั้น พวกเราไม่สามารถดำเนินในหนทางอย่างโดดเดี่ยว แต่ตรงข้าม เราให้ความล้ำค่าเหลือเกินต่อการสามัคคีธรรมและการผสมผสานระหว่างอวัยวะของพระกาย และระหว่างคริสตจักรท้องถิ่นทั้งหลายทั่วโลก เรารับสุขชีวิตที่ไหลเวียนในพระกายของพระคริสต์จริงๆ และเราก็เป็นพยานได้ว่าการไหลและการสามัคคีธรรมนี้เป็นพระพรอันแท้จริง อีกทั้งเป็นการก่อสร้างพระกายของพระคริสต์ด้วย
4. ความเป็นหนึ่ง
ความสำคัญที่สุดอีกด้านหนึ่งในชีวิตคริสตจักรก็คือการรักษาความเป็นหนึ่ง ก่อนที่พระองค์จะถูกตรึงบนกางเขน พระองค์ได้อธิษฐาน ขอให้คนเหล่านั้นที่เชื่อในพระองค์ ได้ร่วมเป็นหนึ่งเหมือนกับที่พระองค์กับพระบิดาทรงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังนั้น เราต้องพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะรักษาความเป็นหนึ่งแห่งพระกายของพระคริสต์ คริสตจักรท้องถิ่นก็คือวิสุทธิชนทั้งหลายในท้องถิ่นนั้นได้ร่วมกันก่อสร้างบนฐานหนึ่งเดียว เพื่อมาสำแดงความเป็นหนึ่งแห่งพระกายนี้ ดังนั้น เราต้องสนใจเรื่องความเป็นหนึ่ง ต้องปฏิเสธและเกลียดชังการแตกแยก เพราะสภาพของการแตกแยกของคริสเตียนในวันนี้ทำให้พยานขององค์พระผู้เป็นเจ้าได้รับความอัปยศ ในชีวิตคริสตจักรเรายืนหยัดเพื่อความเป็นหนึ่งแห่งพระกายของพระคริสต์ และเพื่อรักษาความเป็นหนึ่งนี้ เราร่วมชุมนุมในฐานะเป็นผู้เชื่ออยู่บนฐานแห่งการเป็นหนึ่ง เราต้อนรับวิสุทธิชนทุกท่านโดยหลักการของความเชื่อที่ปกติ และเราก็แสวงหาเพื่อการเจริญเติบโตในพระคริสต์ เพื่อว่าเรากับพระองค์จะร่วมอยู่ในพระบิดาและในสง่าราศีแห่งพระบิดา ซึ่ง ณ ที่นั่นเราจะร่วมเป็นหนึ่งโดยแท้จริง เราเชื่อว่าคำอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้าในโยฮันบทที่ 17 จะได้รับคำตอบบนแผ่นดินโลก และเมื่อเราเป็นหนึ่งโดยสมบูรณ์แล้ว โลกก็จะเชื่อและรู้ว่าพระบิดาได้ทรงใช้พระบุตรมา





5. มโนธรรม
ในชีวิตคริสตจักรนั้นเราเห็นความสำคัญของมโนธรรมผู้อื่น นี่ก็หมายความว่า ผู้เชื่อในพระคริสต์มีความอิสระที่จะดำเนินตามมโนธรรมของตน และตามแสงสว่างซึ่งเขาได้รับจากพระเจ้าโดยผ่านพระคำของพระองค์ เราไม่มีการควบคุมทางภายนอก เพื่อบงการการดำเนินชีวิตประจำวันของแต่ละคน และจะไม่มีผู้มีอำนาจคนใดที่จะดูแคลนต่อมโนธรรมของเรา ณ ที่นี่จะไม่มีการขู่เข็ญหรือบังคับ แต่ตรงข้ามเราต่างได้รับการหนุนใจให้มีการสัมผัสกับมโนธรรมภายในของตน ต่อสายพระเนตรของพระเจ้า และรักษามโนธรรมให้ปราศจากความบกพร่องทั้งต่อพระเจ้าและต่อมนุษย์ด้วยกัน ดังนั้น เราจึงคำนึงถึงมโนธรรมของเราและของผู้อื่นด้วย

6. การประชุม
เนื่องจากชีวิตคริสตจักรคือชีวิตของการประชุม ฉะนั้นเรามักมีการประชุมหลายๆ ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ เช่น ประชุมหักขนมปังในวันขององค์พระผู้เป็นเจ้า, ประชุมหมู่ในระหว่างสัปดาห์ และประชุมอธิษฐาน ฯลฯ การประชุมไม่เป็นการเบื่อหน่ายสำหรับเรา แต่เป็นการรับสุขอย่างหนึ่ง ในการประชุมของคริสตจักร เราได้รับการหล่อเลี้ยง การหนุนใจ การส่องสว่าง การดลใจ การเกื้อหนุน การก่อสร้างขึ้น และการมอบหมายโดยองค์พระผู้เป็นเจ้า ในการดำเนินชีวิตคริสตจักรที่ปกติจะมีความสมดุลระหว่างชีวิตคริสเตียนส่วนตัวและชีวิตของการร่วมประชุม เวลาส่วนตัวที่เข้าเฝ้าองค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ควรมาแทนที่เวลาของการประชุม และเวลาของการประชุมก็ไม่ควรมาแทนที่เวลาส่วนตัวกับองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย เรายินดีที่จะพบกับพระองค์โดยส่วนตัว และเราก็ยิ่งรับสุขด้วยการพบกับพระองค์มากขึ้นในการประชุม เราเป็นพยานได้ว่าในการประชุมของคริสตจักรนั้น พระคริสต์ผู้คืนชีพก็ได้อยู่ท่ามกลางเราในขณะที่เราประชุมในพระนามของพระองค์โดยแท้จริง

8. หน้าที่ของอวัยวะทุกส่วน
ในชีวิตคริสตจักรนั้น อวัยวะทุกส่วนของพระกายสามารถมีการใช้งาน โดยเฉพาะในการประกาศกิตติคุณ, เลี้ยงดู, สอนและสร้างผู้เชื่อใหม่ นี่คือหนทางที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ แม้ว่าเราไม่ได้มีหน้าที่การใช้งานที่เหมือนกันทุกคน แต่เราทุกคนต่างก็มีหน้าที่อันหนึ่ง และหน้าที่การใช้งานของทุกอวัยวะล้วนมีความล้ำค่า เราขอปฏิเสธระบบชนชั้นพิเศษและวิสุทธิชนธรรมดาอย่างสิ้นเชิง เพราะนี่เป็นกลอุบายของซาตานเพื่อทำลายการใช้งานแห่งอวัยวะแห่งพระกายของพระคริสต์ ในคริสตจักรท้องถิ่นเราไม่มีชนชั้นพิเศษและวิสุทธิชนธรรมดา แต่เราเป็นอวัยวะของพระกาย ทุกคนมีสิทธิใช้งานตามขนาดของตน ยิ่งไปกว่านั้น เราก็ไม่มีตำแหน่งศิษยาภิบาล แต่มีของประทานของศิษยาภิบาล (อฟ.4:11–12) วิสุทธิชนทุกคนจะมีส่วนในที่ประชุมโดยการเผยพระวจนะ เพราะเราทุกคนล้วนสามารถเผยพระวจนะได้ (1กธ.14:31) และมีส่วนในการปรนนิบัติในด้านต่างๆ

คำถาม
ผู้ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับหลักความเชื่อและภาคปฏิบัติของเราได้ตั้งคำถามหลายข้อ ดังที่ปรากฏข้างล่างนี้พร้อมทั้งคำตอบสั้นๆ

1. คริสตจักรของท่านมีนามว่าอะไร?
คริสตจักรท้องถิ่นจะไม่มีนามใด นามเดียวที่เรายึดถือและสัตย์ซื่อ คือพระนามพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า การใช้นามอื่นนั้นเป็นการหมิ่นประมาทพระองค์ ศัพท์ที่ว่า “คริสตจักรท้องถิ่น” นั้นไม่ใช่เป็นนาม แต่เป็นการแสดงรายละเอียดของลักษณะท้องถิ่น และการสำแดงออกของคริสตจักร นั่นก็คือว่าท้องถิ่นหนึ่งมีคริสตจักรหนึ่ง การพิมพ์คำว่า “คริสตจักรท้องถิ่น” (ในภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวอักษรใหญ่เป็นเรื่องผิดพลาดใหญ่หลวง เพราะนี่เป็นการให้ความรู้สึกว่าเป็นชื่อของเรา “คริสตจักรท้องถิ่น” เปรียบเหมือน ดวงจันทร์ ที่ปรากฏบนท้องฟ้า ไม่ว่าจะเห็น บนท้องฟ้า ณ ตำแหน่งใดก็ตาม มันก็ยังคงเป็น ดวงจันทร์ อยู่ดี ดังนั้น คริสตจักรก็คือ คริสตจักร ไม่ว่าจะก่อตั้งอยู่ ณ ท้องถิ่นใด เมื่อ คริสตจักรถูกก่อตั้งขึ้น ในกรุงเยรูซาเล็ม ก็เป็นที่รู้อย่างง่ายๆ ว่า นั่น คือคริสตจักรในกรุงเยรูซาเล็ม (กจ.8:1) และใน อันติโอเกีย ก็คือ คริสตจักรในอันติโอเกีย (กจ.13:1) หลักการเดียวกัน ภาคปฏิบัติที่สำแดงออกของคริสตจักรใน แอเนอร์ไฮม์ (สหรัฐอเมริกา) ในวันนี้ก็เป็น คริสตจักรในแอเนอร์ไฮม์ ในฐานะ คริสตจักรท้องถิ่น ทั้งหลาย เราชุมนุมกันใน พระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า บนฐานของ ความเป็นหนึ่งที่แท้จริง

2. ใครคือผู้นำของท่าน?
ผู้นำผู้เดียวของเรา คือ พระคริสต์ เราไม่มีเจ้าหน้าที่ ผู้นำ ที่ถูกตั้งอย่างเป็นทางการและถาวร ยิ่งไปกว่านั้น เราไม่มีระบบการปกครองแบบชนชั้น และไม่มีผู้นำที่มีชื่อเสียง เราก็ไม่พิจารณาบุคคลใดๆ ว่าเขาจะครบถ้วน ปราศจากความผิดพลาด และจะ ไม่ติดตามคนใดอย่าง ตาบอด ในทางตรงข้ามเราติดตามคนเหล่านั้นที่พระเจ้าใช้อยู่ในการปฏิบัติหนึ่งเดียวนี้ ผู้ซึ่ง สอนและ ปฏิบัติตามหลักความจริง แห่ง พระคำของพระเจ้า ผู้ที่นำพานั้นไม่ใช่ผู้ที่จะควบคุมเหนือวิสุทธิชน แต่เป็น ผู้ที่ เลี้ยงดูพวกเขาด้วยความรัก หลักการเดียวกัน ผู้ปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่ ผู้ควบคุมคริสตจักร แต่จะ ปรนนิบัติ พวกเขาเหมือนอย่าง ทาสของพระคริสต์ โดย ใช้พระคำอันมีชีวิตมาหล่อเลี้ยงเขา

3. สำนักงานใหญ่ของท่านอยู่ที่ไหน?
คริสตจักรท้องถิ่น แต่ละแห่งจะ ปกครองตนเองในด้านธุระการต่างๆ แต่ ด้านฝ่ายวิญญาณ เรามี การสามัคคีธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังนั้น เราจึงไม่มี สำนักงานใหญ่ ไม่มีคริสตจักร ใดจะได้รับพิจารณาเป็น คริสตจักรชั้นหนึ่ง หรือ คริสตจักรชั้นนำ ในทางตรงข้าม คริสตจักรท้องถิ่นทุกแห่ง จะมีจุดยืนเดียวกันต่อเบื้องพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะต่างก็เป็น คันประทีปทองคำ เป็นพยานให้กับพระองค์ (วว.1:11–12)

4. ท่าน ทำอะไรบ้างในการประชุม ?
เรามีการ อธิษฐาน ร้องเพลง เป็นพยาน และเผยพระวจนะได้ทุกคน (1กธ.14: 26, 31) และทุกวันอาทิตย์เรามี การประชุมโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งบรรดา บุตรของพระเจ้านั้นสามารถร่วมกันหักขนมปัง และดื่มจอกน้ำองุ่น กับเราได้ การประชุมของคริสตจักรนั้นเปิดต่อทุกคน และผู้เชื่อทุกคนก็สามารถเข้าร่วมได้อย่างอิสระ

5. อะไรคือการอ่านอธิษฐาน?
ศัพท์คำว่า “การอ่านอธิษฐาน” เป็นการผสมคำที่อธิบายลักษณะการอธิษฐานของเราคือ อธิษฐานตามพระคำในพระคัมภีร์ (อฟ.6:17–18) เราอ่านอธิษฐานพระคำก็เพื่อที่จะรับสุขธาตุแท้แห่งชีวิตซึ่งอยู่ในพระคำ ดังนั้น เรารับสุขพระคำเป็นอาหารฝ่ายวิญญาณของเรา จากประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมา เราเป็นพยานได้ว่า โดยการอธิษฐานนี้เราได้รับการเสริมสร้าง ได้รับความเข้มแข็ง และได้รับการดลใจด้วยพระคำพระเจ้าในพระคัมภีร์ อย่างไรก็ดีความจริงที่ว่า เราอ่านอธิษฐานพระคัมภีร์โดยอธิษฐานซ้ำข้อพระคำหลายๆ ครั้ง ไม่ได้หมายความว่า เราละเลยต่อการอ่านพระคำด้วยวิธีธรรมดา หรือละเลยต่อการศึกษาพระคำพระเจ้าอย่างระมัดระวัง

6. การกินและดื่มพระเยซูคืออะไร?
ศัพท์คำนี้มีบางคนยังรับไม่ได้ในวันนี้ เช่นเดียวกับนักศาสนาในสมัยพระเยซู ในโยฮันบทที่ 6 องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสว่าถ้าเราไม่กินเนื้อ และดื่มโลหิตของพระองค์ ก็จะไม่มีชีวิตของพระองค์อยู่ในเรา เพราะเนื้อของพระองค์เป็นอาหารแท้ และโลหิตของพระองค์เป็นเครื่องดื่มแท้ ในประสบการณ์ของเรา พระคริสต์คือแกะปัศคาแห่งการไถ่ และเป็นต้นไม้แห่งชีวิต เพื่อที่เราจะมีชีวิตอยู่โดยพระองค์ เราจำเป็นต้องต้อนรับตัวของ
พระองค์เป็นแกะปัศคาและเป็นต้นไม้แห่งชีวิต ยิ่งกว่านั้น องค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นน้ำแห่งชีวิตของเรา เมื่อเราดื่มพระองค์เราก็ได้รับความอิ่มหนำ ดังนั้น การกินและดื่มองค์พระผู้เป็นเจ้าคือการต้อนรับพระองค์ในวิญญาณโดยผ่านพระคำ กลายเป็นอาหารและเครื่องดื่มฝ่ายวิญญาณของเรา




7. อะไรคือความหมายของศัพท์ที่ว่า “แผนการบริหารของพระเจ้า”?
คำว่า “แผนการบริหาร” มาจากศัพท์ภาษากรีก OIKONOMIA (ดู 1ตธ.1:3; อฟ.1:10, 3:9) อันหมายความถึงการปกครองในบ้าน ซึ่งความหมายยังรวมถึงการจัดแจงในครอบครัว นั่นก็คือการจัดแจง และการแจกจ่าย เมื่อพิจารณาถึงพระประสงค์นิรันดร์ของพระเจ้า ซึ่งเปิดเผยตลอดพระคำทั้งเล่มแล้ว แผนการบริหารของพระเจ้าก็คือการปกครองอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าในการที่จะแจกจ่ายตัวพระองค์เองเข้าสู่เราเพื่อการบังเกิดใหม่ ให้พระองค์เป็นชีวิตและทุกสิ่งของเรา จนถูกก่อสร้างขึ้นเป็นพระกายของพระคริสต์ สำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่

8. ทัศนะของท่านที่มีต่อพระเจ้าตรีเอกภาพถือว่าเป็นทฤษฎีว่าด้วย
แบบลักษณะทางภายนอก (Modalism) หรือไม่?
ไม่อย่างแน่นอน ทฤษฎีว่าด้วยแบบลักษณะทางภายนอก คือมิจฉาลัทธิซึ่งแทนที่จะสอนว่า ฐานันดรทั้งสามของพระเจ้าคือพระบิดา พระบุตร พระวิญญาณนั้น ได้เป็นอยู่ร่วมกันนิรันดร์ พวกลัทธิดังกล่าวกลับอ้างว่าฐานันดรของพระเจ้าที่เป็นสามนั้น เป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวของธาตุแท้อันศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเจ้า ส่วนเรานั้นเชื่อตามพระคัมภีร์ที่ว่าทางด้านธาตุแท้นั้น พระเจ้ามีองค์เดียว (1กธ.8:4) เรายอมรับว่า ทางด้านแผนการบริหารนั้นทรงมีสามพระภาค พระองค์ทรงเป็นตรีเอกภาพดำรงอยู่ในกันและกันและดำรงอยู่ในเวลาเดียวกัน (มธ.28:19) อย่างไรก็ดีการเน้นหนักของเราเกี่ยวกับพระเจ้าตรีเอกภาพไม่ได้อยู่ที่การวิเคราะห์ทางหลักธรรมแห่งธาตุแท้ของพระเจ้า แต่เน้นถึงการแจกจ่ายของพระเจ้าตรีเอกภาพเข้าสู่เรา เป็นชีวิตและทุกสิ่งของเรา เมื่อความเชื่อของเราเกี่ยวกับพระเจ้าตรีเอกภาพ ได้ถูกพิจารณาอย่างชัดเจนในแสงสว่างแห่งพระคำแล้วก็พบว่า เราไม่ได้เชื่อในลัทธิลักษณะภายนอก และในลัทธิที่ถือว่าพระเจ้ามี 3 องค์ (Tritheism) แต่เราเชื่อการเปิดเผยตามพระคำอันบริสุทธิ์เกี่ยวกับพระเจ้าตรีเอกภาพ
9. ท่านมีการสอนว่ามนุษย์กำลังวิวัฒนาการขึ้นไปสู่การเป็นพระเจ้าหรือไม่?
คำกล่าวหาซึ่งโจมตีเราเช่นนี้เป็นการผิดอย่างมาก และปราศจากพื้นฐานแห่งความเข้าใจ ตามพระคัมภีร์แล้วเราก็สอนว่า พระเจ้ากำลังแจกจ่ายตัวพระองค์เองเข้าสู่มนุษย์ และว่าผู้เชื่อจะได้รับการเปลี่ยนแปลง และซึมซาบด้วยส่วนของพระเจ้า ความจริงคือว่า เราผู้เป็นบุตรทั้งหลายของพระเจ้านั้นได้รับชีวิตและนิสัยของพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่าเราจะกลายเป็นพระเจ้า (ฐานันดรพระเจ้า) แต่พระเจ้าตรีเอกภาพได้ถูกกระทำเข้าสู่เรา และเราก็ได้รับชีวิตและนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ชีวิตนี้จำต้องเติบโตและเปลี่ยนแปลงจนเรากลายเป็นพระเจ้าในชีวิตและนิสัยแต่ไม่มีส่วนในฐานันดรความเป็นพระเจ้า
10. ท่านมีการสอนว่าซาตานอยู่ในร่างกายของมนุษย์หรือไม่?
เมื่อมนุษย์ตกต่ำลงโดยการกินผลไม้ที่ให้รู้ความดีและความชั่ว ความบาป ธาตุแท้ของซาตานก็ได้ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ และได้กลายเป็นเนื้อหนัง การตกต่ำของมนุษย์ไม่ใช่เพียงการละเมิดทางภายนอกเท่านั้น แต่ก็ยังได้รับพิษร้ายทางภายใน และเป็นมลทินไป ตามหนังสือโรมบทที่ 5—7 บาปได้กระทำงานในอวัยวะของเราในฐานะที่เป็นตัวตนของซาตาน ดังนั้น เราสามารถพูดได้ว่า ซาตานซึ่งคือความบาปได้อาศัยในเนื้อหนังของมนุษย์ อย่างไรก็ตามนี่ไม่ได้หมายความว่า ซาตานไม่ได้อาศัยอยู่ในสิ่งอื่นนอกเหนือจากมนุษย์ เพราะในพระคัมภีร์ได้เปิดเผยอย่างชัดเจนว่ามันเป็นประมุขผู้ครอบครองในสถานอากาศ ยิ่งกว่านั้น พระคัมภีร์ยังเปิดเผยว่ามนุษย์ที่ตกต่ำนั้นเป็นลูกของมารและมารเป็นพ่อของเขาเหล่านั้น (1ยฮ.3:10; ยฮ.8:44) การเป็นลูกของมารก็คือการมีชีวิตและธาตุแท้ของซาตาน ความหมายที่เราพูดว่าภายในเนื้อหนังของเรามีชีวิต และธาตุแท้ของซาตานนั้นตามพระคำพระเจ้าก็คือ ซาตานอยู่ในรูปลักษณะของความบาป ได้อาศัยอยู่ในเนื้อหนังของมนุษย์


11. คริสตจักรท้องถิ่นได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากที่ไหน?
คริสตจักรท้องถิ่นแต่ละแห่งจะได้รับการสนับสนุนการเงินจากพี่น้องในคริสตจักรซึ่งมอบถวายด้วยความสมัครใจ ด้านการเงินของคริสตจักรท้องถิ่นหนึ่งๆ นั้นจะอยู่ภายใต้การดูแลของคริสตจักรนั้นๆ อย่างเอกเทศ คริสตจักรในท้องถิ่นอื่นย่อมไม่มีอำนาจก้าวก่ายด้านการเงินของคริสตจักรในท้องถิ่นนั้นๆ เพราะการปกครองของแต่ละท้องถิ่นล้วนไม่ขึ้นต่อกัน พี่น้องในคริสตจักรจะได้รับการหนุนใจให้มอบถวายทรัพย์ในทางลับ โดยผ่านทางตู้ถวายทรัพย์ (ลก.21:1) ไม่ใช่อย่างเปิดเผย เราไม่มีการเดินถุงรับมอบถวายในที่ประชุม และไม่เน้นหรือมีการประกาศให้มอบถวายอย่างเปิดเผยในที่ประชุม นอกจากนี้ เรามีบัญชีรายรับรายจ่าย พี่น้องในคริสตจักรสามารถตรวจสอบได้ และเรายังได้นำพาให้มีการมอบถวายเพื่อคริสตจักรท้องถิ่นอื่นๆ ที่มีความต้องการด้วย เพราะเราเป็นพระกายเดียวกัน

12. ท่านมีท่าทีอย่างไรต่อประเพณีสืบทอดและระบบชนชั้นของศาสนาคริสต์?
เรายืนอยู่ห่างไกลจากประเพณีสืบทอด องค์กรและระบบชนชั้น เพราะเราถือว่านั่นเป็นระบบที่ก่อตั้งด้วยคำสอน และวิธีการที่ไม่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ แต่เพื่อการฟื้นฟูที่แท้จริงของชีวิตคริสตจักร ซึ่งเปิดเผยในพระคัมภีร์ เรายอมรับว่าผู้เชื่อทุกคนล้วนเป็นพี่น้องกัน (มธ.23:9) แม้ว่าในคริสตจักรจะมีบางคนเป็นผู้อาวุโส เป็นผู้เลี้ยงกับอาจารย์ ฯลฯ คนเหล่านี้ไม่ใช่ชนชั้นพิเศษ ไม่ใช่ตำแหน่งพิเศษ แต่เน้นที่หน้าที่ของเขาต่างหากที่ต้องมาเลี้ยงดูวิสุทธิชนเพื่อการก่อสร้างพระกายของพระองค์

13. ท่านมีท่าทีอย่างไรต่อคริสเตียนอื่นๆ?
เรายอมรับว่าในโรมันคาทอลิก ในนิกายและในกลุ่มอิสราะต่างๆ นั้นก็มีผู้ที่ได้รับการชำระโดยพระโลหิตและบังเกิดใหม่ในวิญญาณเช่นเดียวกัน และเราก็ยินดีต้อนรับพวกเขา เป็นพี่น้องชายหญิงในองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย ทุกคนที่ได้รับความรอดโดยความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าเยซู เรายินดีต้อนรับเขามาร่วมประชุมโดยเฉพาะประชุมโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้า และยินดีร่วมเป็นพยานแห่งความเป็นหนึ่งแห่งพระกายของพระคริสต์ ถ้าว่าตามมโนธรรมของเราแล้ว เราต้องยืนออกห่างจากคณะองค์กรแห่งศาสนา แต่เราก็ไม่ได้ยืนออกห่างจากพี่น้องชายหญิงในพระคริสต์ เราสัตย์ซื่อต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าและยืนบนฐานแห่งความเป็นหนึ่งเดียวของคริสตจักร เพื่อพยานขององค์พระผู้เป็นเจ้า แต่เรามิได้ถือจุดยืนนี้ด้วยจิตใจที่คับแคบ กีดกัน และแบ่งแยกกับใคร ในทางตรงข้าม เรายืนหยัดบนฐานนี้เพื่อพระกายทั้งหมด เรายินดีต้อนรับผู้เชื่อทั้งหมดเช่นเดียวกับที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงต้อนรับเรา
14. ท่านมีความเห็นอย่างไรต่อรูปภาพพระเยซูและเครื่องหมายกางเขน?
ทัศนะที่สืบทอดตามประเพณีมักคิดว่ารูปภาพพระเยซู และรูปกางเขนเป็นสิ่งที่ดี จึงนำเอาไปประดับในที่ต่างๆ บางคนยังคิดว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ด้วย
แต่เราได้รับการเปิดเผยว่า รูปภาพพระเยซูนั้นเป็นของลวง ไม่ใช่รูปจริง เพราะพระเยซูนั้นไม่ได้หล่อและงดงามทางภายนอก (ดู ยซย.53) แต่พระองค์งดงามทางภายในเราถือว่าถ้าไม่ระวังรูปภาพนี้อาจจะกลายเป็นรูปเคารพไปได้ ส่วนไม้กางเขนก็เช่นกัน เราเน้นที่ความหมายและประสบการณ์ที่มีต่อไม้กางเขน นั่นก็คือการตรึงตายและการสิ้นสุด แต่ไม่ใช่นำมาประดับทางภายนอก วันนี้พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณไม่ใช่ปรากฏเป็นรูปภาพ หรือเครื่องหมายใดๆ เราต้องนมัสการพระองค์ด้วยวิญญาณและความจริงใจของเรา (ยฮ.4:24)
บางคนอาจถามว่า แล้วเราจะมีเครื่องหมายใดที่ให้คนอื่นรู้ว่าเราเป็นคริสเตียน คนทั้งหลายรู้จักเราด้วยพระนามพระเยซู สาวกในยุคกิจการเขาล้วนร้องออกพระนามพระเยซู (กจ.9:14, 21; รม.10:13) นี่แหละควรเป็นเครื่องหมายที่สำแดงออกมาของเรา ไม่ใช่รูปภาพและรูปกางเขนทางภายนอกนั้น
15. ท่านมีท่าทีอย่างไรต่อรัฐบาล?
ว่าตามพระคัมภีร์แล้ว รัฐบาลในท่ามกลางมนุษย์นั้นเป็นการแต่งตั้งของพระเจ้าเพื่อรักษาสันติภาพและความสงบเรียบร้อย เพราะเหตุมโนธรรม คริสเตียนทุกคนต้องเคารพต่อกฎหมายบ้านเมือง ดังนั้น เรายินยอมและเชื่อฟังต่อการปกครองของรัฐบาล การที่เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ เราพร้อมที่จะทำหน้าที่แห่งพลเมืองอย่างเต็มที่ต่อรัฐบาลที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งนั้น
โดย / Posted by : SAINTTime : 30/11/2549 11:36:59
ช่างเป็นหนังสือที่ดีมากๆ ครอบคลุมสรรพสิ่ง เยี่ยม!
โดย / Posted by :shc
Time :30/11/2549 14:39:59
ตอนนี้ทำออกมาเป็นรูปเล่มแล้ว สวยมากๆ พี่น้องสามารถนำไปแจกจ่ายให้กับคริสเตียนทั่วๆ ไป ให้เค้าสามารถรู้จักกับภาคปฏิบัติของการฟื้นฟูนี้มากยิ่งขึ้น

สนใจติดต่อห้องสมุดกิตติคุณได้คะ โทร 02 746 5778-9
โดย / Posted by :พี่น้อง
Time :19/1/2550 16:41:11
ผู้ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับหลักความเชื่อและภาคปฏิบัติของเราได้ตั้งคำถามหลายข้อ ดังที่ปรากฏข้างล่างนี้พร้อมทั้งคำตอบสั้นๆ



1. คริสตจักรของท่านมีนามว่าอะไร?
คริสตจักรท้องถิ่นจะไม่มีนามใด นามเดียวที่เรายึดถือและสัตย์ซื่อ คือ พระนามพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า การใช้นามอื่นนั้นเป็นการหมิ่นประมาทพระองค์ ศัพท์ที่ว่า “คริสตจักรท้องถิ่น” นั้นไม่ใช่เป็นนาม แต่เป็นการแสดงรายละเอียดของลักษณะท้องถิ่น และการสำแดงออกของคริสตจักร นั่นก็คือว่าท้องถิ่นหนึ่งมีคริสตจักรหนึ่ง การพิมพ์คำว่า “คริสตจักรท้องถิ่น” (ในภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวอักษรใหญ่เป็นเรื่องผิดพลาดใหญ่หลวง เพราะนี่เป็นการให้ความรู้สึกว่าเป็นชื่อของเรา “คริสตจักรท้องถิ่น” เปรียบเหมือน ดวงจันทร์ ที่ปรากฏบนท้องฟ้า ไม่ว่าจะเห็น บนท้องฟ้า ณ ตำแหน่งใดก็ตาม มันก็ยังคงเป็น ดวงจันทร์ อยู่ดี ดังนั้น คริสตจักรก็คือ คริสตจักร ไม่ว่าจะก่อตั้งอยู่ ณ ท้องถิ่นใด เมื่อ คริสตจักรถูกก่อตั้งขึ้น ในกรุงเยรูซาเล็ม ก็เป็นที่รู้อย่างง่ายๆ ว่า นั่น คือคริสตจักรในกรุงเยรูซาเล็ม (กจ.8:1) และใน อันติโอเกีย ก็คือ คริสตจักรในอันติโอเกีย (กจ.13:1) หลักการเดียวกัน ภาคปฏิบัติที่สำแดงออกของคริสตจักรใน แอเนอร์ไฮม์ (สหรัฐอเมริกา) ในวันนี้ก็เป็น คริสตจักรในแอเนอร์ไฮม์ ในฐานะ คริสตจักรท้องถิ่น ทั้งหลาย เราชุมนุมกันใน พระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า บนฐานของ ความเป็นหนึ่งที่แท้จริง



2. ใครคือผู้นำของท่าน?
ผู้นำผู้เดียวของเรา คือ พระคริสต์ เราไม่มีเจ้าหน้าที่ ผู้นำ ที่ถูกตั้งอย่างเป็นทางการและถาวร ยิ่งไปกว่านั้น เราไม่มีระบบการปกครองแบบชนชั้น และไม่มีผู้นำที่มีชื่อเสียง เราก็ไม่พิจารณาบุคคลใดๆ ว่าเขาจะครบถ้วน ปราศจากความผิดพลาด และจะ ไม่ติดตามคนใดอย่าง ตาบอด ในทางตรงข้ามเราติดตามคนเหล่านั้นที่พระเจ้าใช้อยู่ในการปฏิบัติหนึ่งเดียวนี้ ผู้ซึ่ง สอนและ ปฏิบัติตามหลักความจริง แห่ง พระคำของพระเจ้า ผู้ที่นำพานั้นไม่ใช่ผู้ที่จะควบคุมเหนือวิสุทธิชน แต่เป็น ผู้ที่ เลี้ยงดูพวกเขาด้วยความรัก หลักการเดียวกัน ผู้ปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ใช่ ผู้ควบคุมคริสตจักร แต่จะ ปรนนิบัติ พวกเขาเหมือนอย่าง ทาสของพระคริสต์ โดย ใช้พระคำอันมีชีวิตมาหล่อเลี้ยงเขา



3. สำนักงานใหญ่ของท่านอยู่ที่ไหน?

คริสตจักรท้องถิ่น แต่ละแห่งจะ ปกครองตนเองในด้านธุระการต่างๆ แต่ ด้านฝ่ายวิญญาณ เรามี การสามัคคีธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ดังนั้น เราจึง ไม่มีสำนักงานใหญ่ ไม่มีคริสตจักร ใดจะได้รับพิจารณาเป็น คริสตจักรชั้นหนึ่ง หรือ คริสตจักรชั้นนำ ในทางตรงข้าม คริสตจักรท้องถิ่นทุกแห่ง จะมีจุดยืนเดียวกันต่อเบื้องพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะต่างก็เป็น คันประทีปทองคำ เป็นพยานให้กับพระองค์ (วว.1:11–12)



4. ท่าน ทำอะไรบ้างในการประชุม ?
เรามีการ อธิษฐาน ร้องเพลง เป็นพยาน และ เผยพระวจนะ ได้ทุกคน (1กธ.14: 26, 31) และทุกวันอาทิตย์เรามี การประชุมโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งบรรดา บุตรของพระเจ้านั้นสามารถร่วมกันหักขนมปัง และดื่มจอกน้ำองุ่น กับเราได้ การประชุมของคริสตจักรนั้นเปิดต่อทุกคน และผู้เชื่อทุกคนก็สามารถเข้าร่วมได้อย่างอิสระ



5. อะไรคือ การอ่านอธิษฐาน?
ศัพท์คำว่า “การอ่านอธิษฐาน” เป็นการผสมคำที่อธิบายลักษณะการอธิษฐานของเราคือ อธิษฐานตามพระคำในพระคัมภีร์ (อฟ.6:17–18) เรา อ่านอธิษฐานพระคำ ก็เพื่อที่จะ รับสุขธาตุแท้แห่งชีวิตซึ่งอยู่ในพระคำ ดังนั้น เรารับสุขพระคำ เป็น อาหารฝ่ายวิญญาณ ของเรา จากประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมา เราเป็นพยานได้ว่า โดย การอธิษฐาน นี้เราได้รับการเสริมสร้าง ได้รับความเข้มแข็ง และ ได้รับการดลใจด้วยพระคำพระเจ้าในพระคัมภีร์ อย่างไรก็ดีความจริงที่ว่า เราอ่านอธิษฐานพระคัมภีร์โดยอธิษฐานซ้ำข้อพระคำหลายๆ ครั้ง ไม่ได้หมายความว่า เราละเลยต่อ การอ่านพระคำ ด้วยวิธีธรรมดา หรือละเลยต่อ การศึกษาพระคำพระเจ้า อย่างระมัดระวัง

6. การกินและดื่มพระเยซูคืออะไร?
ศัพท์คำนี้มีบางคนยังรับไม่ได้ในวันนี้ เช่นเดียวกับนักศาสนาในสมัยพระเยซู ใน โยฮันบทที่ 6 องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสว่า ถ้าเราไม่กินเนื้อ และดื่มโลหิตของพระองค์ ก็จะไม่มีชีวิตของพระองค์อยู่ในเรา เพราะเนื้อของพระองค์เป็นอาหารแท้ และ โลหิตของพระองค์เป็นเครื่องดื่มแท้ ในประสบการณ์ของเรา พระคริสต์คือ แกะปัศคาแห่งการไถ่ และเป็นต้นไม้แห่งชีวิต เพื่อที่เราจะ มีชีวิตอยู่โดยพระองค์ เราจำเป็นต้องต้อนรับตัวของ
พระองค์เป็น แกะปัศคา และเป็น ต้นไม้แห่งชีวิต ยิ่งกว่านั้น องค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นน้ำแห่งชีวิต ของเรา เมื่อเราดื่มพระองค์เราก็ได้รับความอิ่มหนำ ดังนั้น การกินและดื่มองค์พระผู้เป็นเจ้าคือการต้อนรับพระองค์ในวิญญาณโดยผ่านพระคำ กลายเป็นอาหารและเครื่องดื่มฝ่ายวิญญาณของเรา



7. อะไรคือความหมายของศัพท์ที่ว่า “แผนการบริหารของพระเจ้า”?
คำว่า “แผนการบริหาร” มาจากศัพท์ภาษากรีก OIKONOMIA (ดู 1ตธ.1:3; อฟ.1:10, 3:9) อันหมายความถึง การปกครองในบ้าน ซึ่งความหมายยังรวมถึงการจัดแจงในครอบครัว นั่นก็คือการจัดแจง และการแจกจ่าย เมื่อพิจารณาถึงพระประสงค์นิรันดร์ของพระเจ้า ซึ่งเปิดเผยตลอดพระคำทั้งเล่มแล้ว แผนการบริหารของพระเจ้าก็คือ การปกครองอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าในการที่จะแจกจ่ายตัวพระองค์เองเข้าสู่เราเพื่อการบังเกิดใหม่ ให้พระองค์เป็นชีวิตและทุกสิ่งของเรา จนถูกก่อสร้างขึ้นเป็นพระกายของพระคริสต์ สำเร็จสุดยอดเป็นกรุงเยรูซาเล็มใหม่



8. ทัศนะของท่านที่มีต่อพระเจ้าตรีเอกภาพถือว่าเป็นทฤษฎีว่าด้วยแบบลักษณะทางภายนอก (Modalism) หรือไม่?
ไม่ อย่างแน่นอน ทฤษฎีว่าด้วยแบบลักษณะทางภายนอกคือมิจฉาลัทธิ ซึ่งแทนที่จะสอนว่า ฐานันดรทั้งสามของพระเจ้าคือพระบิดา พระบุตร พระวิญญาณนั้น ได้เป็นอยู่ร่วมกันนิรันดร์ พวกลัทธิดังกล่าวกลับอ้างว่าฐานันดรของพระเจ้าที่เป็นสามนั้น เป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวของธาตุแท้อันศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเจ้า ส่วนเรานั้นเชื่อตามพระคัมภีร์ที่ว่าทางด้านธาตุแท้นั้น พระเจ้ามีองค์เดียว (1กธ.8:4) เรายอมรับว่า ทางด้านแผนการบริหารนั้นทรงมีสามพระภาค พระองค์ทรงเป็นตรีเอกภาพดำรงอยู่ในกันและกันและดำรงอยู่ในเวลาเดียวกัน (มธ.28:19) อย่างไรก็ดีการเน้นหนักของเราเกี่ยวกับพระเจ้าตรีเอกภาพไม่ได้อยู่ที่การวิเคราะห์ทางหลักธรรมแห่งธาตุแท้ของพระเจ้า แต่เน้นถึงการแจกจ่ายของพระเจ้าตรีเอกภาพเข้าสู่เรา เป็นชีวิตและทุกสิ่งของเรา เมื่อความเชื่อของเราเกี่ยวกับพระเจ้าตรีเอกภาพ ได้ถูกพิจารณาอย่างชัดเจนในแสงสว่างแห่งพระคำแล้วก็พบว่า เราไม่ได้เชื่อในลัทธิลักษณะภายนอก และในลัทธิที่ถือว่าพระเจ้ามี 3 องค์ (Tritheism) แต่เราเชื่อการเปิดเผยตามพระคำอันบริสุทธิ์เกี่ยวกับพระเจ้าตรีเอกภาพ

9. ท่านมีการสอนว่า มนุษย์กำลังวิวัฒนาการขึ้นไปสู่การเป็นพระเจ้าหรือไม่?
คำกล่าวหาซึ่งโจมตีเราเช่นนี้เป็นการผิดอย่างมาก และปราศจากพื้นฐานแห่งความเข้าใจ ตามพระคัมภีร์แล้วเราก็สอนว่า พระเจ้ากำลังแจกจ่ายตัวพระองค์เองเข้าสู่มนุษย์ และว่าผู้เชื่อจะได้รับการเปลี่ยนแปลง และซึมซาบด้วยส่วนของพระเจ้า ความจริงคือว่า เราผู้เป็นบุตรทั้งหลายของพระเจ้า นั้นได้รับชีวิตและ นิสัยของพระเจ้า ไม่ได้หมายความว่า เราจะกลายเป็นพระเจ้า (ฐานันดรพระเจ้า) แต่ พระเจ้าตรีเอกภาพได้ถูกกระทำเข้าสู่เรา และเราก็ ได้รับชีวิตและนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ชีวิตนี้จำต้องเติบโต และ เปลี่ยนแปลงจนเรา กลายเป็นพระเจ้าในชีวิตและนิสัย แต่ ไม่มีส่วนในฐานันดรความเป็นพระเจ้า


10. ท่านมีการสอนว่า ซาตานอยู่ในร่างกายของมนุษย์หรือไม่?
เมื่อมนุษย์ตกต่ำลงโดยการกินผลไม้ที่ให้รู้ความดีและความชั่ว ความบาป ธาตุแท้ของซาตานก็ได้ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ และได้กลายเป็นเนื้อหนัง การตกต่ำของมนุษย์ไม่ใช่เพียงการละเมิดทางภายนอกเท่านั้น แต่ก็ยังได้รับพิษร้ายทางภายใน และเป็นมลทินไป ตามหนังสือโรมบทที่ 5—7 บาปได้กระทำงานในอวัยวะของเราในฐานะที่เป็นตัวตนของซาตาน ดังนั้น เราสามารถพูดได้ว่า ซาตานซึ่งคือความบาปได้อาศัยในเนื้อหนังของมนุษย์ อย่างไรก็ตามนี่ไม่ได้หมายความว่า ซาตานไม่ได้อาศัยอยู่ในสิ่งอื่นนอกเหนือจากมนุษย์ เพราะในพระคัมภีร์ได้เปิดเผยอย่างชัดเจนว่ามันเป็นประมุขผู้ครอบครองในสถานอากาศ ยิ่งกว่านั้น พระคัมภีร์ยังเปิดเผยว่า มนุษย์ที่ตกต่ำนั้นเป็นลูกของมารและมารเป็นพ่อของเขาเหล่านั้น (1ยฮ.3:10; ยฮ.8:44) การเป็นลูกของมารก็คือการมีชีวิตและธาตุแท้ของซาตาน ความหมายที่เราพูดว่าภายในเนื้อหนังของเรามีชีวิต และธาตุแท้ของซาตานนั้นตามพระคำพระเจ้าก็คือ ซาตานอยู่ในรูปลักษณะของความบาป ได้อาศัยอยู่ในเนื้อหนังของมนุษย์


11. คริสตจักรท้องถิ่น ได้รับ การสนับสนุนด้านการเงิน จากที่ไหน?
คริสตจักรท้องถิ่นแต่ละแห่งจะได้รับการสนับสนุนการเงินจากพี่น้องในคริสตจักรซึ่งมอบถวายด้วยความสมัครใจ ด้านการเงินของคริสตจักรท้องถิ่นหนึ่งๆ นั้นจะอยู่ภายใต้การดูแลของคริสตจักรนั้นๆ อย่างเอกเทศ คริสตจักรในท้องถิ่นอื่นย่อมไม่มีอำนาจก้าวก่ายด้านการเงินของคริสตจักรในท้องถิ่นนั้นๆ เพราะการปกครองของแต่ละท้องถิ่นล้วนไม่ขึ้นต่อกัน พี่น้องในคริสตจักรจะได้รับการหนุนใจให้มอบถวายทรัพย์ในทางลับ โดยผ่านทางตู้ถวายทรัพย์ (ลก.21:1) ไม่ใช่อย่างเปิดเผย เราไม่มีการเดินถุงรับมอบถวายในที่ประชุม และไม่เน้นหรือมีการประกาศให้มอบถวายอย่างเปิดเผยในที่ประชุม นอกจากนี้ เรามีบัญชีรายรับรายจ่าย พี่น้องในคริสตจักรสามารถตรวจสอบได้ และเรายังได้นำพาให้มีการมอบถวายเพื่อคริสตจักรท้องถิ่นอื่นๆ ที่มีความต้องการด้วย เพราะเราเป็นพระกายเดียวกัน



12. ท่านมีท่าทีอย่างไรต่อ ประเพณีสืบทอด และ ระบบชนชั้นของศาสนาคริสต์?
เรายืนอยู่ห่างไกลจากประเพณีสืบทอด องค์กรและระบบชนชั้น เพราะเราถือว่านั่นเป็นระบบที่ก่อตั้งด้วยคำสอน และวิธีการที่ไม่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ แต่เพื่อการฟื้นฟูที่แท้จริงของชีวิตคริสตจักร ซึ่งเปิดเผยในพระคัมภีร์ เรายอมรับว่าผู้เชื่อทุกคนล้วนเป็นพี่น้องกัน (มธ.23:9) แม้ว่าในคริสตจักรจะมีบางคนเป็นผู้อาวุโส เป็นผู้เลี้ยงกับอาจารย์ ฯลฯ คนเหล่านี้ไม่ใช่ชนชั้นพิเศษ ไม่ใช่ตำแหน่งพิเศษ แต่เน้นที่หน้าที่ของเขาต่างหากที่ต้องมาเลี้ยงดูวิสุทธิชนเพื่อการก่อสร้างพระกายของพระองค์



13. ท่านมีท่าทีอย่างไรต่อคริสเตียนอื่นๆ?

เรายอมรับว่าในโรมันคาทอลิก ในนิกายและในกลุ่มอิสราะต่างๆ นั้นก็มี ผู้ที่ได้รับการชำระโดยพระโลหิต และ บังเกิดใหม่ในวิญญาณ เช่นเดียวกัน และเราก็ยินดีต้อนรับพวกเขา เป็นพี่น้องชายหญิงในองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วย ทุกคนที่ได้รับความรอดโดยความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าเยซู เรายินดีต้อนรับเขามาร่วมประชุมโดยเฉพาะประชุมโต๊ะขององค์พระผู้เป็นเจ้า และยินดีร่วมเป็นพยานแห่งความเป็นหนึ่งแห่งพระกายของพระคริสต์ ถ้าว่าตามมโนธรรมของเราแล้ว เราต้องยืนออกห่างจากคณะองค์กรแห่งศาสนา แต่เราก็ไม่ได้ยืนออกห่างจากพี่น้องชายหญิงในพระคริสต์ เราสัตย์ซื่อต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าและยืนบนฐานแห่งความเป็นหนึ่งเดียวของคริสตจักร เพื่อพยานขององค์พระผู้เป็นเจ้า แต่เรามิได้ถือจุดยืนนี้ด้วยจิตใจที่คับแคบ กีดกัน และแบ่งแยกกับใคร ในทางตรงข้าม เรายืนหยัดบนฐานนี้เพื่อพระกายทั้งหมด เรายินดีต้อนรับผู้เชื่อทั้งหมดเช่นเดียวกับที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงต้อนรับเรา


14. ท่านมีความเห็นอย่างไรต่อ รูปภาพพระเยซู และ เครื่องหมายกางเขน?
ทัศนะที่สืบทอดตามประเพณีมักคิดว่า รูปภาพพระเยซู และ รูปกางเขน เป็นสิ่งที่ดี จึงนำเอาไปประดับในที่ต่างๆ บางคนยังคิดว่ามี ความศักดิ์สิทธิ์ ด้วย แต่เราได้รับการเปิดเผยว่า รูปภาพพระเยซู นั้นเป็นของลวง ไม่ใช่รูปจริง เพราะ พระเยซู นั้น ไม่ได้หล่อ และ งดงามทางภายนอก (ดู ยซย.53) แต่ พระองค์งดงาม ทางภายในเราถือว่าถ้าไม่ระวังรูปภาพนี้อาจจะกลายเป็นรูปเคารพไปได้ ส่วน ไม้กางเขน ก็เช่นกัน เราเน้นที่ความหมายและประสบการณ์ที่มีต่อไม้กางเขน นั่นก็คือการตรึงตายและการสิ้นสุด แต่ไม่ใช่นำมาประดับทางภายนอก วันนี้ พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ ไม่ใช่ปรากฏเป็นรูปภาพ หรือเครื่องหมายใดๆ เราต้อง นมัสการพระองค์ด้วยวิญญาณและความจริงใจของเรา (ยฮ.4:24) บางคนอาจถามว่า แล้วเราจะมีเครื่องหมายใดที่ ให้คนอื่นรู้ว่าเราเป็นคริสเตียน คนทั้งหลายรู้จักเราด้วยพระนามพระเยซู สาวกในยุคกิจการเขาล้วนร้องออกพระนามพระเยซู (กจ.9:14, 21; รม.10:13) นี่แหละควรเป็นเครื่องหมายที่สำแดงออกมาของเรา ไม่ใช่รูปภาพและ รูปกางเขน ทางภายนอกนั้น


15. ท่าน มีท่าทีอย่างไรต่อรัฐบาล?
ว่าตามพระคัมภีร์แล้ว รัฐบาล ในท่ามกลางมนุษย์นั้นเป็น การแต่งตั้งของพระเจ้า เพื่อรักษาสันติภาพ และ ความสงบเรียบร้อย เพราะเหตุมโนธรรม คริสเตียนทุกคน ต้อง เคารพต่อกฎหมายบ้านเมือง ดังนั้น เรายินยอม และ เชื่อฟังต่อการปกครองของรัฐบาล การที่เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ เราพร้อมที่จะ ทำหน้าที่แห่งพลเมืองอย่างเต็มที่ ต่อ รัฐบาลที่พระเจ้าทรงแต่งตั้ง นั้น




โดย / Posted by :หลักความเชื่อและภาคปฏิบัติของเรา
Time :7/3/2550 14:39:33
เป็นการแนะนำเบื้องต้นที่ยาวจัง
ผมเป็นคริสเตียนผมยังอ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก มีคำศัพท์ที่ไ่ม่คุ้นอยู่กลายคำ
แต่หวังว่าจะเข้าใจในไม่ช้า
ที่บอกว่า "ตามพระคัมภีร์แล้วเราก็สอนว่า พระเจ้ากำลังแจกจ่ายตัวพระองค์เองเข้าสู่มนุษย์"
หมายความว่ายังไงหรอครับ ช่วยอธิบายหน่อยครับ ขอบคุณครับ
โดย / Posted by :Chinra
Time :17/8/2552 18:08:21
เอ่อ แล้ว 1กธ กับ ยซย นี่หนังสืออะไรหรอครัับ
โดย / Posted by :Chinra
Time :17/8/2552 18:13:17
1เธซะโลนิเก 5:23 กล่าวว่า "และขอให้พระเจ้าแห่งสันติสุขนั้นทรงแบ่งแยกท่านทั้งหลายให้บริสุทธิ์อย่างครบถ้วนด้วยพระองค์เอง และรักษาวิญญาณ และจิต และกายของท่านทั้งหลายไว้ให้ครบสมบูรณ์ปราศจากติเตียนได้ จนถึงเวลาที่องค์พระเยซูคริสต์เจ้าของเราจะเสด็จมา" คำว่า "วิญญาณ" ในข้อนี้เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่พระเจ้าทรงสร้างไว้ภายในมนุษย์ ซึ่งอวัยวะส่วนนี้เป็นส่วนที่เอาไว้ใช้ต้อนรับการแจกจ่ายของพระเจ้า อย่าลืมนะครับว่า ตอนนี้พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ พระวิญญาณผู้นี้แหละที่จะเสด็จเข้าสู่ภายในเรา ยกตัวอย่างเช่น โรม 10:13 กล่าวว่า "เพราะว่า ทุกคนที่ร้องเรียกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าก็รอด" ซึ่งสาเหตุที่รอดก็เพราะว่า เมื่อเราร้องเรียกพระองค์ว่า "พระเยซู...โอ...พระเยซู" พระเยซูซึ่งบัดนี้ทรงเป็นพระวิญญาณนั้นก็จะแจกจ่ายเข้าสู่ภายในวิญญาณของเราโดยผ่านใจ (ประตู) ที่เปิดออกต่อพระองค์ เมื่อพระองค์เข้ามา ฤทธิ์เดชแห่งความรอดย่อมถูกปรับใช้ภายในเรา (ทั้งวิญญาณ, จิต, และกายของเรา)
แถมให้อีกข้อ โรม 10:9 กล่าวว่า "คือถ้าท่านจะยอมรับด้วยปากของท่านว่า พระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในใจของท่านว่า พระเจ้าได้ทรงให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตาย ท่านจะรอด"

โดย / Posted by :เอกราช
Time :26/2/2553 10:22:44
1กธ. = 1 โกรินโธ หรือ 1 โครินธ์ (พันสัญญาใหม่)
ยซย. = ยะซายา (พันธสัญญาเดิม)

ตอบให้แล้วนะครับ ^_^


โดย / Posted by :เอกราช
Time :26/2/2553 10:27:14
เรื่องการแจกจ่ายนี่ อาจเป็นปัญหาเกี่ยวกับการใช้คำ ความหมายที่แท้จริง คือพระเจ้าประทานชีวิต ประทานส่วนของพระองค์แก่เรา หรือประทานธาตุแท้ของพระองค์แก่เรา( essence) พระเจ้าสร้างมนุษย์ตามฉายา ตามอย่างของพระองค์ แต่งานของพระเจ้าถูกขัดขวางจากมาร งานการสร้างมนุษย์จึงยังไม่สำเร็จสมบูรณ์ เราเหมือนพระเจ้าตามฉายาภายนอกเท่านั้น(เราจึงไม่เหมือนสัตว์ หรือ พืช) แต่ภายในเราไม่เหมือนพระเจ้า เพราะเราไม่มีชีวิตและธาตุแท้ของพระเจ้าอยู่เลย เรามีชีวิตของเราเอง และมิหนำซ้ำชีวิตของมารยังอยู่ในเราด้วย นี่คือชีวิตของมนุษย์ทุกคนที่สืบจากอาดัม วิธีที่เราจะสำเร็จพระประสงค์ของพระเจ้าบนตัวของเราได้คือ ถ่อมลงแสวงหาพระเจ้า เมื่อเราได้บังเกิดใหม่ มีชีวิตของพระเจ้าแล้ว ก็ต้องมุมานะให้เมล็ดแห่งชีวิตของพระเจ้าที่อยู่ในเราให้เจริญเติบโตขึ้น ให้ธาตแท้และชีวิตของพระเจ้าเพิ่มปริมาณและอัตราส่วนในเรามากขึ้นๆทุกวัน โดยยอมรับการตายต่อตนเองของหลักการกางเขน
โดย / Posted by :JDK
Time :20/6/2553 0:06:23
แบ่งปันสิ่งที่ได้รับ
ข้อความ / Messege
รูปภาพ / Image
ชื่อ / Name
อีเมล์ / Email
ให้ใส่เป็นตัวเลขอารบิก
                    
Praise the Lord !
กลับสู่หน้าแรก / HOME
ศูนย์ฝึกฝนเต็มเวลา คริสเตียน / The Training for Christians
ห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย /พระคัมภีร์ฉบับฟื้นฟู / บทเพลง
RSG
Member
อ่าน! พระคำเพื่อการฟื้นฟูยามเช้า & แบ่งปันประสบการณ์
มอบถวายทรัพย์ / Box Offering
คำพยาน / Testimonies
รวมกระทู้ กระดานถาม-ตอบ / Webboard of Christians
มุมเด็ก / Children
ติดต่อเรา โทร. 02 7465778 - 9
ตารางการอ่านพระคัมภีร์ / Bible Reading Schedule
วอลเปเปอร์พระคำพระเจ้า / Wallpaper
พระคัมภีร์ ฉบับฟื้นฟู / Bible Recovery Version
หนังสือสำหรับคริสเตียน Spiritual Books List
อ่าน! หนังสือบทเรียนชีวิต,เยเนซิศ,การทรงสร้างของพระเจ้า
แบบเรียนหลักความจริง / Truth Lesson
ความลี้ลับแห่งชีวิตมนุษย์
THE MYSTERY OF HUMAN LIFE
人生的奧秘
คริสตจักรท้องถิ่นในประเทศไทย / Churches in Thailand
คริสตจักร: ภาคใต้
ตารางการประชุมพิเศษ & การเคลื่อนไหวของคริสตจักร 2013
หัวข้ออธิษฐาน / Pray
รวมสรุป ฟื้นฟูยามเช้า MP3
The Line of Life in Genesis
About Us
คริสตจักรของท่านมีนามว่าอะไร?
嗎哪
เรื่องเล่าจากพระคัมภีร์ Bible Story
ซีดีเพลงเด็ก Children Songs CD
รวม MP3 ข่าวสารประชุมพิเศษ Church Conferences in Thailand
คู่มือสอนเด็กยุวชน Teaching children manual
中 文
English
Life Study Messages for download:
sms ! the word of God
How to read the words of God
Other Links
รวมเพลงคำขวัญ
หลักความเชื่อและภาคปฏิบัติของ
ค่ายกิตติคุณ / Gospel Trip
รวมเพลงเด็ก

ที่อยู่: 1200/238 หมู่บ้านรังสิยา อุดมสุข58 ถ.สุขุมวิท103 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 .
 ADDRESS: 1200/238 UDOMSUK YEAK 58 SUKHUMVIT RD. BANGKOK 10260 THAILAND.
 Tel: (66) 2 7465778 - 9 Fax: (66) 2 7465190
webmaster@lordsrecoveryinthailand.org 
 
Free Hit Counter  
© 2017 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com