Member Log in สมัครสมาชิก
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
โปรแกรมค้นหาคำในพระคัมภีร์ Search by Scriptures
Search by Scripture..Eng!
經 文 查 尋 ... Chi!
อ่าน พระคัมภีร์ Read Bible Online!
New Testament
พันธสัญญาใหม่
聖經 Online!
อ่าน บทเรียนชีวิต Read Life Study Online!
Life Study of the Bible
บทเรียนชีวิต เยเนซิศ
生命讀經
อ่าน หนังสือฝ่ายวิญญาณ Read Online!
วอชแมน นี Books by Watchman Nee...Eng!
วิทเนส ลี Books by Witness Lee...Eng!
ชีวิตคริสเตียนที่ปกติ
พระคริสต์ผู้ครอบคลุมสรรพสิ่ง
สิบสองตระกร้า
ประสบการณ์พระคริสต์
ทำความรู้จักกับชีวิต
ฟังการกระจายเสียง Boardcast
หนังสือบทเรียนชีวิต - อังกฤษ Life Study of the Bible
ข้อพระคัมภีร์ Scripture Readings
บทเพลงสรรเสริญ Hymns
Englsih/ ฟังบทเพลงอังกฤษ
English/ ซื้อบทเพลงอังกฤษ
Chinese / ซื้อบทเพลงจีน
Thai / ไทย
กิตติคุณ 福音
Falsely Accused
The Silent Question
ความหวังที่มีชีวิตนิรันดร์
ภัยพิบัติ สึนามิ
ความลี้ลับแห่งชีวิตมนุษย์
福音故事
福音單張
有神
人生的意義
到底有沒有神
Our Greatest Treasure
ศาสนาใดถูกต้อง? ศาสนาอะไรดีที่สุด
ไม่มีทุกข์ใดบนโลกนี้ที่สวรรค์ไม่อาจเยียวยาได้
What Touch God
พระเจ้ามีจริง? / คุณพิสูจน์ได้หรือว่าพระเจ้ามีจริง? / พระเจ้ามีจริงหรือ?
ศาสนาใดถูกต้อง?
มนุษย์คืออะไร,มนุษย์คือใคร,มนุษย์มาจากไหน,ใครสร้างมนุษย์
มีพระเจ้า
The Mystery of Human Life
ศูนย์ฝึกฝนเต็มเวลา:วัยกลางคน Middle-Age Training Center
ไต้หวัน / Taiwan
อเมริกา / USA
ศูนย์ฝึกฝนเต็มเวลา Full-Time Training Center
1989 USA
2005 Japan
1992 Russia
1993 New Zealand
1986 Taiwan
1997 England
1985 Philippines
2003 Hong Kong
2002 Mexico
2000 Malaysia
1999 Thailand
1995 Indonesia
1996 Korea
PDA / Pocket PC
Holy Bible
isilo
Bible / Hymns พิมพ์ PDA
有聲書/ หนังสือมีเสียง
ซื้อCD หนังสือมีเสียง-จีน Chinese
สมัครรับ eMANNA
Korean / เกาหลี
English / อังกฤษ
Thai / ภาษาไทย
Chinese / จีน
โครงร่าง Outline 綱 要
Chinese / 綱要 / จีน
English / อังกฤษ
Gospel Book Room / ห้องสมุดกิตติคุณ
Thailand / ไทย
Korea / เกาหลี
Japan / ญี่ปุ่น
Taiwan / ไต้หวัน
The Gospel Bookroom Thailand
Other Links
www.lsmchinese.org
www.ministrybooks.org
online.recoveryversion.org
www.livingstream.com
www.lsmkorean.org
www.lsm.org/
http://www.cgdepot.org
www.lastadam.com
www.churchhistories.org
Christians on Campus
www.christianwebsites.org
Local churches
www.lsm.org/espanol
สาระความรู้
อัตราแลกเปลี่ยนเงิน
Dictionary online
ดิกชั่นนารี่ออนไลน์
แบ่งปันข้อความที่รับสุข ในหนังสือของห้องสมุดกิตติคุณแห่งปท.ท
ตั้งกระทู้ใหม่ / New Topic
พระเจ้ามีจริงหรือ
(Reader : 8012)
หนังสือ "พระเจ้ามีจริงหรือ"

พระเจ้ามีจริงหรือ? พระคัมภีร์เป็นการเปิดเผยของพระเจ้าหรือ? พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้าหรือ?

เป็น หนังสือกิตติคุณ 3 เล่มที่เปิดเผย เรื่องราวของพระเจ้า อย่างมีเหตุมีผล และ เพิ่มกํ าลังความเชื่อ ให้กับบรรดาผู้เชื่อพระเจ้า เหมาะสํ าหรับผู้ที่ ยังไม่เชื่อพระเจ้า แสวงหาพระเจ้า และ ต้องการพิสูจน์พระเจ้า, พระคัมภีร์ และพระเยซู

สั่งซื้อได้ที่ ห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย
Tel. 027465778 -9 Fax: 02 7465190 Email:gbrt@lordsrecoveryinthailand.org
โดย / Posted by : พระเจ้ามีจริงหรือ Time : 20/8/2549 5:06:09
ข้าพเจ้าเคยซื้อหนังสือเล่มนี้ให้เพื่อนเป็นของขวัญปีใหม่ แล้วเขียนอวยพรเค้าที่ปกหนังสือ ปีใหม่หรือเทศกาลต่างๆ หลายๆ คนอาจจะปวดหัวกับการหาของขวัญ อยากแนะนำว่าให้หนังสือเล่มนี้เป็นของขวัญที่ล้ำค่าดีกว่าไปให้ของขวัญอื่นๆ เป็นไหนๆ อย่างน้อยก็ได้ประกาศกิตติคุณแก่เพื่อน และไม่เป็นหนี้แห่งกิตติคุณแล้วล่ะ 555
โดย / Posted by :silom
Time :5/9/2549 15:35:50
อืมใช่ ของขวัญที่ดีที่สุด ก็คือ พระคำของพระเจ้า
ให้หนังสือเป็นของขวัญ เป็น ของขวัญที่ดีที่สุด โดยเฉพาะพระคำของพระเจ้า
โดย / Posted by :ของขวัญที่ดีที่สุด,ของขวัญที่ดีที่สุด,ของขวัญที่ดีที่สุด
Time :11/12/2549 12:42:29
คุณ พิสูจน์ ได้หรือว่า พระเจ้ามีจริง?
จากผลการสำรวจความนิยมเมื่อไม่นานมานี้พบว่า ชาวอเมริกัน 93% เชี่อว่าพระเจ้ามีตัวตนอยู่จริง หรือ เชื่อในพระวิญญาณ ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์. อย่างไรก็ตาม ไม่มีมนุษย์คนใด เคยเห็นพระเจ้า ด้วยตาของตนเอง และคนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่า การดำรงคงอยู่ของพระเจ้า เป็นสิ่งที่ไม่อาจพิสูจน์กันได้ด้วยการใช้เหตุผลโต้แย้งทาง ตรรกวิทยา. ด้วยเหตุนี้คนที่เป็น พวกอเทวนิยม ชนิดสุดขั้วจึงกล่าวว่า ถ้าไม่อาจ พิสูจน์ถึงการดำรงคงอยู่ของพระเจ้า ได้แล้ว ทำไมคนเราจะ ต้องเชื่อ ด้วยว่า พระเจ้า ทรงดำรงอยู่จริง?

คนที่ เชื่อว่าพระเจ้า มีจริง โดยเฉพาะบรรดา คริสเตียน ก็ได้เขียนหนังสือ, บทความ, และสื่ออื่นๆ อีกมากมายเพื่อมา ยืนยัน ถึง การดำรงคงอยู่ของพระเจ้า ให้ผู้ที่ยังไม่แน่ใจได้รู้. พวกเขายกตัวอย่างจากธรรมชาติ, สร้างเหตุผลตามหลักตรรกวิทยาโดยอาศัย ข้อเท็จจริง และ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ตลอดจนข้อคิดใน เชิงปรัชญา. แต่ คนที่ไม่เชื่อ ก็เขียนหนังสือและบทความเพื่อชี้ให้เห็นว่าไม่มีพระเจ้าไว้เหมือนกัน. ดังนั้น คนที่เชื่อ ก็ยังคงเชื่อ ส่วนคนที่ยังไม่แน่ใจก็ยังคงไม่แน่ใจต่อไป. ดังนั้นการใช้เหตุผลโต้แย้งกันเช่นนี้จึงไม่ก่อเกิดประโยชน์อันใดต่อทั้งสองฝ่าย.
แต่เราพบว่า มนุษย์สามารถ พิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง ถึง การดำรงคงอยู่ของพระเจ้า.
โดย / Posted by :พระเจ้ามีจริง
Time :24/2/2550 11:31:48
หาจุดยืนใน การพบกับพระเจ้า

ถ้าเราจะหาคนสักคนหนึ่ง เราก็ต้องหาที่อยู่ของเขาให้ได้เสียก่อน. ถ้าเราจะติดต่อกับอะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็ต้องรู้ถึงอาณาบริเวณที่สิ่งนั้นดำรงอยู่. พระเจ้าอยู่ที่ไหน? พระเจ้าทรงพระชนม์ อยู่ในอาณาบริเวณใด? มนุษย์อยู่ที่ไหน? มนุษย์มีชีวิตอยู่ในอาณาบริเวณใด? มีอาณาบริเวณที่เป็นกลางซึ่งจะให้ พระเจ้ากับมนุษย์ได้พบกันหรือไม่?
โดย / Posted by :การพบกับพระเจ้า,
Time :24/2/2550 11:32:42
[ font:brown] ไม่อาจ ติดต่อพระเจ้า ได้โดยวิธีทางกายภาพ

ถ้า พระเจ้า ดำรงอยู่จริง พระองค์ย่อมไม่เป็นที่ประจักษ์แก่ตา. พระคัมภีร์ บอกแก่เราไว้ว่า พระเจ้า ทรงเป็น พระวิญญาณ ที่สถิตอยู่ใน ความสว่างที่มนุษย์ไม่อาจเข้าใกล้ได้. แม้ฟ้าสวรรค์จะสำแดง สง่าราศีของพระองค์ แต่ ตัวของพระองค์เอง ก็ไม่อาจตรวจพบได้ด้วย กล้องโทรทรรศน์, กล้องจุลทรรศน์, หรือด้วยอุปกรณ์อื่นใด. พระองค์ ทรงอยู่ในอีกอาณาบริเวณหรือในอีกขอบเขตหนึ่ง. การใช้ ประสาทสัมผัสทั้งห้า ของเรามา เสาะหาพระเจ้า ก็เหมือนกับการใช้ตาของเรามารับคลื่นเสียง, ใช้หูมาฟังสี, หรือใช้มือมาสัมผัสกลิ่นหอม. การทำเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์พอๆ กับการดูโทรทัศน์โดยไม่ใช้เครื่องโทรทัศน์. ประสาทสัมผัส ทางกายภาพทั้งห้าไม่ใช่อวัยวะที่ถูกต้องซึ่งเราใช้ ติดต่อกับพระเจ้า เพราะเราไม่อาจ พบกับพระเจ้า ได้ในโลกฝ่ายวัตถุ. เราจะต้อง ติดต่อกับพระองค์ ด้วย “คลื่นของพระองค์” เท่านั้น.

โดย / Posted by :พระคัมภีร์ บอกแก่เราไว้ว่า พระเจ้า ทรงเป็น พระวิญญาณ ที่สถิต
Time :24/2/2550 11:34:04
ไม่อาจรับรู้ถึง พระเจ้าได้ในโลกฝ่ายจิต
เราก็ไม่อาจรับรู้ถึง พระเจ้า ได้โดยใช้สมองหรือในโลกฝ่ายจิตด้วย.


พระปัญญา ของพระองค์นั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะให้ ความคิดที่จำกัดของมนุษย์ มาเข้าใจได้. มนุษย์ ยังไม่ได้หยั่งถึง ความมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ เลย. เรายังไม่รู้อย่างถ่องแท้ถึง ชีวิต, ความตาย, หรือ ชีวิตหลังความตาย เสียด้วย. เรายังค้นคว้าเกี่ยวกับ ชีวิต ชนิดต่างๆ บนโลกใบนี้ได้ไม่ครบเลย ไม่ว่าจะเป็นบรรดาจุลชีวัน หรือ สิ่งมีชีวิต ขนาดใหญ่ทั้งที่เคยมีอยู่ในอดีตและที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันนี้. เรายังไม่ได้ค้นคว้า เกี่ยวกับจักรวาล นี้อย่างถี่ถ้วนเลยทั้งในด้านรายละเอียดหรือในด้านภาพรวม. เรายังไม่ได้เปิดเผยถึงประวัติศาสตร์ในอดีตของเราออกมาทั้งหมด และไม่อาจทำนายได้อย่างแน่ชัดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต กระทั่งพยากรณ์อากาศ หรือเวลาที่จะ เกิดแผ่นดินไหวครั้งต่อไป เราก็ไม่รู้. ในเมื่อ มนุษย์ไม่เข้าใจ แม้แต่ตัวของเขาเอง แล้วเราจะไปเริ่มต้น ทำความเข้าใจต่อพระผู้ทรงออกแบบและสร้างจักรวาลนี้ขึ้นมา ได้อย่างไร? เราจะเข้าใจถึง วัตถุประสงค์ในการทรงสร้างสิ่งสารพัด (รวมทั้งตัวเราเอง) ได้อย่างไร? พระปัญญาของพระเจ้า นั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้ว่าพระองค์ทรงปรารถนาสิ่งใด ไม่ว่าเราจะใช้เวลาใคร่ครวญนานสักเท่าใดก็ตาม. มนุษย์ที่มีขอบเขตย่อมมีข้อจำกัดตามธรรมชาติในการทำ ความเข้าใจต่อองค์ผู้ทรงไร้ขอบเขต. การให้ มนุษย์เข้าใจถึงพระเจ้ายังเป็นสิ่งที่ยากกว่าการให้ ตัวหนอนมาเข้าใจถึงมนุษย์ เสียอีก.
โดย / Posted by :พระปัญญาของพระเจ้า
Time :24/2/2550 11:36:32
ติดต่อกับพระเจ้า ด้วย วิญญาณของมนุษย์
มนุษย์มีชีวิตอยู่ในโลก ฝ่ายวัตถุและโลกฝ่ายจิต แต่ พระเจ้าทรงอยู่ในโลกฝ่ายวิญญาณ. ดังนั้น มนุษย์จึงไม่อาจรับรู้ถึง พระเจ้า ได้โดยใช้ ประสาทสัมผัส ในทางกายภาพ หรือพิสูจน์ถึง พระเจ้า ได้โดยใช้หลักเหตุผล. ทั้งนี้เราก็ไม่ได้หมายความว่า เราไม่อาจ ติดต่อกับพระเจ้า หรือ ยืนยันถึงการดำรงคงอยู่ของพระองค์ ได้. ถ้าเราใช้อวัยวะให้ถูกต้อง สิ่งนี้ก็ย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน. ทุกคนที่เสาะหาย่อมจะ พบพระองค์.

เราได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ. พระเจ้าปรารถนาให้ มนุษย์ติดต่อกับพระองค์ ดังนั้น พระองค์จึงทรงสร้างให้มนุษย์มีสามส่วน คือ กาย, จิต, และวิญญาณ. ร่างกายก็มีไว้ติดต่อกับโลกฝ่ายวัตถุ เช่น แสงสี, เสียง, หรือ วัตถุที่จับต้องได้. จิต ซึ่งเป็นส่วนของ ความคิด, ความรู้สึก, และการตัดสินใจ นั้นมีไว้ติดต่อกับสิ่งที่อยู่ใน โลกฝ่ายจิต. แต่ วิญญาณของมนุษย์ นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ ติดต่อกับพระเจ้า ผู้เป็นพระวิญญาณ โดยเฉพาะ. แม้ว่าเราจะเคยใช้ ประสาทสัมผัส ทางกายภาพและความสามารถทางจิต ของเรามาตลอดชีวิต แต่คนส่วนใหญ่กลับ ไม่เคยใช้วิญญาณ ของตนเองเลย. วิญญาณของมนุษย์ นั้นมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันกับ พระวิญญาณของพระเจ้า. หลอดไฟส่องสว่าง ได้เมื่อ ติดต่อกับแหล่งกำเนิดไฟ ผ่านทางสายไฟ ฉันใด เมื่อเรา ใช้วิญญาณของเรา มาติดต่อกับพระเจ้า ผู้เป็นพระวิญญาณ เราก็จะถูก เติมเต็มด้วยพระเจ้า และ พระเจ้าก็จะส่องสว่างผ่านตัวเรา ด้วยฉันนั้น.

เมื่อเรา ได้สัมผัสกับพระเจ้า เช่นนี้แล้ว ใครก็ไม่อาจมาลวงเราได้อีกว่า ไม่มีพระเจ้า. ในเวลานั้น เราไม่เพียง รู้ว่า พระเจ้ามีจริง เท่านั้น แต่ยัง เชื่อในสิ่งนี้ และ พระองค์ก็ทรงเป็นจริงต่อเราด้วย. นี่ ไม่ใช่ความเชื่อที่งมงาย แต่เป็น ความเชื่อที่เกิดจากการได้พบกับสิ่งนั้นจริงๆ. สิ่งนี้จะไม่เป็นปัญหาทางปรัชญาอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่เราได้ ประสบการณ์ด้วยตัวเอง.
โดย / Posted by :ติดต่อกับพระเจ้า ด้วย วิญญาณของมนุษย์
Time :24/2/2550 11:37:10
ท่านเป็นคนเช่นไร?
ก่อนที่เราจะ ใช้วิญญาณของเรา มา ติดต่อกับพระเจ้าเป็นครั้งแรก คนแต่ละคนก็มีความคิดที่แตกต่างกันไป. ท่านอาจเป็นคนที่แสวงหาพระเจ้า. ถ้าท่านเป็นคนเช่นนี้คือ รู้ว่าพระเจ้ามีจริงอยู่ที่ไหนสักแห่งหนึ่งแต่ไม่รู้ว่าจะติดต่อกับพระองค์อย่างไร. เช่นนั้นก็ให้ท่านเริ่ม สนทนากับพระองค์ ได้ทันที. พระคัมภีร์บอกแก่เราว่า เมื่อ 2,000 ปีก่อน พระเจ้าได้กลายเป็นมนุษย์ ทรงพระนามว่า พระเยซู. พระองค์ทรง ดำเนินชีวิตที่ชอบธรรม และ สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ จึงทำให้ พระองค์มีคุณสมบัติพอที่จะตายแทนความบาปของเราได้. จากนั้นองค์พระเยซูเจ้าก็ทรงเป็นขึ้น กลายเป็นพระวิญญาณผู้ประทานชีวิตเพื่อพระองค์จะเข้าสู่ภายในตัวเราได้. ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำก็คือร้องว่า “โอ พระเยซู ข้าพเจ้าต้องการติดต่อกับพระองค์ เพื่อข้าพเจ้าจะได้รู้ว่าพระองค์ทรงดำรงอยู่จริง. ข้าพเจ้าต้องการที่จะติดต่อกับพระองค์อย่างมีชีวิตชีวา เพื่อจะได้ ประสบการณ์กับพระองค์ ด้วยตัวข้าพเจ้าเอง.” เมื่อท่านสนทนากับพระองค์เช่นนี้ ท่านก็จะได้ พบกับพระองค์ เพราะ พระองค์ ทรงตรัสว่าพระองค์ทรงเป็น ผู้ประทานบำเหน็จให้แก่ทุกคนที่ แสวงหาพระองค์ และ ทุกคนที่แสวงหาก็จะพบพระองค์.

ถ้าท่านเป็นผู้ที่ไม่แน่ใจต่อ การดำรงคงอยู่ของพระองค์ ท่านก็อาจทูลต่อพระองค์ว่า “โอ พระเยซู ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าจริงหรือไม่. ข้าพเจ้าไม่รู้ด้วยว่า พระองค์มีจริงหรือเปล่า. แต่ถ้าพระองค์มีจริง ขอพระองค์โปรดเปิดเผยตัวของพระองค์เองแก่ข้าพเจ้า. ข้าพเจ้าต้องการที่จะรู้จักพระองค์ และ ติดต่อกับพระองค์.” ถ้าพระองค์ไม่ดำรงอยู่จริง คำทูลนี้ย่อมไม่ได้รับคำตอบ. แต่ถ้าพระองค์มีจริง ท่านย่อมได้รับคำตอบ เพราะ พระองค์จะทรงเปิดเผยตัวของพระองค์เองแก่ท่าน. ถ้าท่านเป็นคนที่อยากมีความรู้มากขึ้นเกี่ยวกับพระเจ้า, พระประสงค์ของพระองค์, และ ความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ ท่านก็อาจไป อ่านพระคัมภีร์ หรือ พูดคุยกับคริสเตียน เพื่อจะได้เข้าใจมากขึ้น. หากจะกล่าวอย่างย่อๆ พระองค์ทรงเป็น พระเจ้าแห่งความรัก และ ความชอบธรรม. พระองค์ประสงค์ให้มนุษย์มาสำแดงพระองค์ และ เป็นกลุ่มชนที่จะมาปกครองแทนพระองค์.
โดย / Posted by :ติดต่อกับพระเจ้าเป็นครั้งแรก,แสวงหาพระเจ้า,พระคัมภีร์
Time :24/2/2550 11:38:39
วิธี ที่ พระองค์จะบรรลุถึงพระประสงค์นี้ ก็คือ การเข้าสู่ภายในมนุษย์ เพื่อมา เป็นชีวิตของมนุษย์. ก่อนอื่น พระองค์จะ เข้าสู่วิญญาณของมนุษย์, จากนั้นจะ ซึมซาบอยู่ในจิตของมนุษย์, และในที่สุดก็จะทรง เปลี่ยนรูปกายอันต่ำต้อยของ มนุษย์ เพื่อให้ มนุษย์ ได้ กลายเป็นหนึ่งกับพระเจ้า. ในความเป็นหนึ่งระหว่าง พระเจ้ากับมนุษย์ นี้ พระเจ้าทรงมีชีวิตอยู่ในมนุษย์ และ มนุษย์ก็มีชีวิตอยู่ในพระเจ้า, พระเจ้าทรงเป็นชีวิตของมนุษย์ และ มนุษย์เป็นการดำเนินชีวิตของพระเจ้า, พระเจ้าเป็นเนื้อหาสาระของมนุษย์ และ มนุษย์เป็นการสำแดงของพระเจ้า, พระเจ้าเป็นอำนาจของมนุษย์ และ มนุษย์เป็นตัวแทนของพระเจ้า. ความสัมพันธ์อันมหัศจรรย์ นี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ วิญญาณของมนุษย์ได้ผสมผสานกับพระเจ้าผู้เป็นพระวิญญาณ.
โดย / Posted by :พระประสงค์ของพระเจ้าคืออะไร
Time :24/2/2550 11:40:09
ขอให้ท่านทูลต่อพระเจ้าว่า

“โอ พระเยซู ขอพระองค์ทรง ใช้พระคัมภีร์ และ คริสเตียนมาบอกข้าพเจ้า ให้ รู้จักพระองค์มากขึ้น และ ขอพระองค์ทรงเปิดเผยตัวของพระองค์เองแก่ข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะ ได้รู้จักพระองค์.”


หากท่านต้องการ พิสูจน์ถึงการดำรงคงอยู่ของพระเจ้า เพื่อตัวท่านเองจะได้เริ่มมี ความสัมพันธ์กับพระองค์ ท่านก็สามารถทำได้ทันทีโดย การทูลพระองค์ถึงทุกสิ่งที่อยู่ในใจของท่าน โดยใช้คำพูดของท่านเอง. ถ้าท่าน จริงใจและ เปิดออกต่อพระองค์ พระองค์ก็จะ ทรงเปิดเผยตัวของพระองค์เอง ต่อท่าน. ท่านจะไม่กล่าวอีกต่อไปว่า ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ถึง การดำรงคงอยู่ของพระเจ้า ได้ เพราะ ตัวของพระเจ้าเอง ได้พิสูจน์ตัวเองแก่ท่าน. ท่านจะได้ ติดต่อกับพระองค์ ด้วยตัวท่านเอง เหมือนที่ พวกเราได้ติดต่อกับพระองค์ แล้ว. ไม่มีใครสามารถโต้แย้งกับสิ่งที่เราและท่านได้ ประสบการณ์ด้วยตัวเอง อย่างแน่นอน.
โดย / Posted by :โอ พระเยซู ขอพระองค์ทรง ใช้พระคัมภีร์ และ คริสเตียนมาบอก
Time :24/2/2550 11:41:21
ทดลองว่ามีพระเจ้า

เจิงอย่างเจีย เป็นช่างเทคนิคที่เรียนจบ สาขาเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เขาเชื่อว่าวิทยาศาสตร์สามารถบันดาลทุกสิ่งทุกอย่าง และไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า ส่วนอีกคนหนึ่งชื่อ คุณหลิว อยู่ห้องเดียวกับคุณเจิง คุณหลิวประกาศกิตติคุณแก่เขาเสมอ แต่เขาก็ ปฏิเสธอยู่เสอมเช่นกัน และ ยังหยิบยกเหตุผลต่างๆมาแย้ง คุณหลิวได้เอาหนังสือ "พระเจ้ามีจริงหรือ" มาให้เขาอ่าน เนื่องจากคุณเจิงเป็นคนอยากรู้อยากเห็น เขาจึงอ่านรวดเดียวจบ เมื่อเขาอ่านจบแล้ว ก็รู้สึกว่ามีเหตุผลอยู่บ้าง จึทำตามที่หนังสือแนะนำโดยลองอธิษฐานเพื่อดูว่าจะศักดิ์สิทธิ์หรือไม่

คืนวันนั้นเขาก็ได้ทดลอง แต่น่าเสียดายทีวันนั้นเขาอ่อนเพลียมาก ในระหว่างอธิษฐานจึงหลับไป รุ่งขึ้นเขาก็อธิษฐานอีกครั้งหนึ่งว่า "โอ พระเจ้า พระองค์ทรงรู้ทุกสิ่ง ถ้าพระองค์มีจริง โปรดเปิดเผยแก่ข้าพเจ้า แล้วข้าพเจ้าจะเชื่อพระองค์แน่นอน"

เมื่ออธิษฐานจบ ในใจเกิดความรู้สึกเหมือนพูดกับตัวเอง แต่ก็เหมือนมีคนมากระซิบอยู่ข้างหูว่า "โยฮันบทที่18 ข้อ 21" เขารู้สึกประหลาดใจมาก แล้วนึกว่า "หรือนี่จะเป็นการเปิดเผย" แต่เมื่อมานึกอีกครั้ง ถ้าหากหนังสือโยฮันไมมีบทที่18 หรือมีบทที่18 แต่ไม่มีข้อ21 แล้วจะไม่กลายเป็นเรื่องน่าหัวเราะไปหรือ

ขณะที่เขายังเชื่อครั้งไม่เชื่อครั่งอยู่นั้น ก็ได้ อธิษฐานอีกครั้งหนึ่ง ว่า "โอ พระเจ้า ถ้านี่เป็นการเปิดเผยของพระองค์ โปรดบอกข้าพเจ้าด้วยว่า ข้อพระคัมภีร์นี้อยู่ที่หน้าไหน บรรทัดเท่าไร แล้วข้าพเจ้าจะเชื่อพรองค์ทันที" ตอนนั้นเขาเคลิ้มอยู่ รู้สึกเหมือนได้หยิบพระคัมภีร์มากาง แล้วชี้นิ้งไปที่บรรทัดซึ่งอยู่ตรงกลางหน้าขวาและพูดว่า "อยู่ตรงนี้แหละ"

ช่วงนั้นเป็นฤดูร้อน หาพักร้อนอบอ้าวมาก เขาจึงไปนอนในที่ทำงาน พระคัมภีร์ ที่ คุณหลิว ให้เขาก็ไม่อยู่ที่นั่น เช้าวันรุ่งขึ้นเขารีบไปเปิดพระคัมภีร์ดู โยฮันบทที่ 18 ข้อ 21 เขียนคำตอบของ พระเยซูว่า "ท่านถามเราทำไม จงถามผู้ที่ได้ฟังเราว่า เราได้สั่งสอนอย่างไร ดูเถิด ซึ่งเราได้กล่าวนั้นเขาก็รู้"

พระคัมภีร์ตอนนี้เสมือนพระเจ้าได้ตรัสกับเขาด้วยพระองค์เอง ทั้งยังมีทำนองติเตียน เขาจึงตาใจจนมือสั่น และ ได้ คุกเข่าลงทูลพระองค์ว่า "ข้าแต่พรเเจ้ ข้าพเจ้าเชื่อพระองค์แล้ว" สิ่งที่อศจรรย์ที่สุดก็คือ คุณเจิงไม่เคยอ่านพระคัมภีร์มาก่อน จึงไม่อาจใช้เรื่องอุปาทานมาอธิบายพยานเรื่องนี้ได้ แม้คุณหลิวจะเคยมอบพระคัมภีร์ฉบับพกพาให้เขา เป็นกิตติคุณโยฮันที่คริสตจักรจัดพิมพ์ขึ้น แต่เขาไม่เคยเปิดอ่านมาก่อน ไม่น่าเชื่อที่ข้อพระคัมภีร์ข้อนั้นอยู่ตรงบรรทัดกลางด้านขวามือของหน้านั้นพอดี.

เพื่อนมิตร. หากท่านไม่เชื่อ ขอเชิญท่านลองดูได้ว่า พระเจ้ามีจริงหรือไม่

ตัวอย่างเช่นนี้มีมากมายนัก พระเจ้าทรงเป็นพระบิดาของเรา ขอเพียงเราแสวงหาพระองค์ด้วยใจจริง ทูลขอต่อพระองค์ พระองค์ก็จะทรงใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ท่านและข้าพเจ้าสามารถรู้จักพระองค์ได้
โดย / Posted by :หนังสือพระเจ้ามีจริงหรือ หน้า38
Time :8/10/2550 13:23:44
ความมหัศจรรย์ของสรรพสิ่ง พิสูจน์ว่าพระเจ้ามีจริง

หูของมนุษย์

หูเหมือนกับเปียโนขนาดเล็ก ใบหูเปรียบเหมือนจานรับเสียง พื้นผิดเว้าๆไม่เสมอกันของใบหูนั้นมีไว้เพื่อรับเสียงที่มาจากทุกทิศ ภายในหุมีเส้นเสียง 6000เส้น เส้นที่ยาวที่สุดยาว 0.5 มิลลิเมตร ส่วนเส้นที่สั้นทีสุดยาว 0.05 มิลลิเมตรเท่านั้น ทุกๆเส้นจะขึงติดกันอย่างพอเหมาะพอดี สามารถได้ยินเสียงถึง 40 ระดับเสียง นอกจากนี้ยังมีเซลล์ชนิดพิเศษอีก 18000 เซลล์ซึ่งมีเส้นใยขนาดเล็กๆอย่ 3ล้านเส้น ประกอบกันขึ้น เป็น ระบบประสาทสำหรับการรับฟัง คล้ายกับคีย์เปียโน ซึ่งสามารถบรรเลงเสียงที่มาจากภายนอกซ้ำอีกครั้ง นี่ช่างเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่อัศจรรย์ยิงนัก
โดย / Posted by :ความมหัศจรรย์ของสรรพสิ่ง พิสูจน์ว่าพระเจ้ามีจริง
Time :8/10/2550 13:39:35
ความมหัศจรรย์ของสรรพสิ่ง พิสูจน์ว่าพระเจ้ามีจริง

กระดูก ในร่างกายของมนุษย์

ท่านจะเชื่อว่ามีพระเจ้าทันที หากท่านศึกษากระดูกในร่างกายมนุษย์
1. กระดูกมีทั้งกระดูกแข็งและกระดูกอ่อน กระดูกในจมูกและ ใบหูต้องเป็นกระดูกอ่อน หากเป็นกระดูกแข็งก็จะแตกหักได้ง่าย เราจะกลายเป็นคนพิการจมูกบี้หูวิ่น

ในทางตรงข้ามกระดูกขาและ แขน จะต้องเป็น กระดูกแข็ง มิธนั้นเราจะยืนและเดินไม่ด้

2. กระดูกยังแบ่งเป็น กระดูกที่หุ้มเนื้อ และ ไม่หุ้มเนื้อ กระดูกทั่วร่างกาย มีเนื้อหุ้มไว้ทั้งสิ้น นอกจากฟันที่อยู่นอกเนื้อ หากฟันก็หุ้มด้วยเนื้อ เวลากินอาหารคงจะได้กินเนื้อของตัวเองลงไปด้วย

ที่ควรอ่อนก็อ่อน ที่ควรแข็งก็แข็ง ที่ต้องหุ้มก็หุ้ม ที่ไม่ต้องหุ้มก็ไม่ห้ม

กรุดูกศีรษะมีลักษณะเหมือนกล่อง กรุดูกซึ่งโครงเป็นซี่ๆ กระดูกสันหลังเป็นเหมือนโซ่ กระดูกขาเป็นท่อ ซึ่งล้วนมีหน้าที่ดดยเฉพาะ แม้ภายในกรุดูกทุกชื้นจะกลวง แต่สามารถรับน้ำหนักได้เทียบเท่ากับวัตถุตันที่มีขนาดเท่ากัน เพื่อจะช่วยลดน้ำหนักตัวให้เบาลง และยังให้ระบบประสาทผ่านได้ จึงเป็นเหมือนท่อหุ้มสายไฟฟ้าไว้

ท่านเป็น ผู้ออกแบบสิ่งอัศจรรย์เหล่านี้หรือ เป็นไปตามทฤษฎีวิวัฒนาการหรือ เป้นไปโดยบังเอิญหรือ

หรือ มีพระเจ้า ผู้ทรงอำนาจสิทธิ์ขาดเป็นผู้สร้าง
โดย / Posted by :พระเจ้ามีจริง / พระเจ้ามีจริง / พระเจ้ามีจริง หน้า 29
Time :8/10/2550 13:51:28
พระเจ้ามีจริงหรือ พระเจ้ามีจริงหรือ พระเจ้ามีจริงหรือ พระเจ้ามีจริงหรือ

นี่เป็นคำถามที่ข้าพเจ้า เคยถามมาตลอด แต่วันนี้ ข้าพเจ้ารู้แล้ว่า ....

พระเจ้ามีจริง พระเจ้ามีจริง พระเจ้ามีจริง พระเจ้ามีจริง
โดย / Posted by :พระเจ้ามีจริงหรือ พระเจ้ามีจริง พระเจ้ามีจริงๆ
Time :7/3/2551 10:24:45
ไม่เคยมีใครเคยเห็นพระเจ้าเหมือนไดโนเสาร์นั่นแหละมีใครเคยเห็นบ้าง พระเจ้าก็คือธรรมชาติอันบริสุทธิ์เป็นสิ่งสูงสุดตามความเชื่อของศาสนา
โดย / Posted by :poll
Time :10/3/2551 21:23:13
พระเจ้ามีจริง ลองดู
ร้องโอ พระเยซู ๆๆๆๆๆ
โดย / Posted by :พระเจ้ามีจริง ลองอธิษฐานดู
Time :5/1/2552 22:36:36
คุณก็เพ้อเจ้อไปเรื่อย ตัวคุณนั่นแหละ คือพระเจ้า ทำไมละ ก็ เวลาคุณ จะยืนเดิน นั่ง นอน กิน ขี้ เย... ใครเป็นคนสั่งให้คุณทำ ก็เราสั่งตัวเอง เวลาเจ็บป่วย เวลาแก่ เวลาตาย พระเจ้าช่วยคุณได้ไหม
สงสัยจัง ทำไม
1. พระเจ้าไม่สร้างให้โลกนี้มีแต่คนดี มีฐานะ สวยหล่อ
2. พระเจ้าไม่สร้างให้คนเป็นอมตะไม่ตาย
3. ไม่ให้คนนับถือศาสนาเดียวกันพระเจ้าองค์เดียวกัน

อิสลาม กับ คริสต์ ใครสร้างโลก สร้างมนุษย์
แล้วทำไม่ต้องเข่นฆ่ากันด้วย ทำไม่อภัยให้กัน
โดย / Posted by :ccag
Time :31/7/2552 23:08:54
ความสงสัยของคุณกับดิฉันเหมือนกันเลย

เมื่อก่อนดิฉันก็คิดเหมือนคุณ

แต่ว่าเมื่อดิฉันได้เปิดใจยอมรับฟังพระคำของพระเจ้าจึงได้ค้นพบคำตอบที่ดิฉันสงสัยมาตลอดทั้งชีวิต


จริงๆๆ แล้วพระเจ้าสร้างเราให้ไม่ตาย มีชีวิตนิรันดร์ แต่ว่ามนุษย์ไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไปเชื่อฟังซาตาน ทำให้มนุษย์ตกต่ำ มีความบาป โทษของความบาปก็คือความตาย

เราจะเห็นความยิ่งใหญ่และสง่าราศีของพระเจ้าตรงที่ว่า พระเจ้าให้อิสระมนุษย์ในการตัดสิน ไม่ได้บังคับว่าคุณ หรือเจ้าต้องเชื่อเรานับถือเราเพียงผู้เดียว

นี่คือคำตอบแค่ย่อๆๆ ซึ่งถ้าเรามารู้จักพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ผู้นี้ เราจะยิ่งรักพระองค์

เหมือนอย่างที่ข้าพเจ้าเคยต่อต้านพระเจ้า แต่วันนี้กลับรักพระองค์มากๆๆ
โดย / Posted by :รักพระเจ้า
Time :13/8/2552 10:10:21
ถ้าอย่างนั้น คนที่เชื่อ พระเจ้าก็ไม่ตายซิ และคุณก็ไม่ตายด้วย ไช่ไหมครับ เพราะคุณเชื่อ ยอมรับพระเจ้า
บาทหลวงก็ไม่ตาย คนที่นับถือพระเจ้าก็ไม่ตาย ผม เห็นฝรั่งตายอยู่ทุกวัน
มนุษย์อยู่ในโลกนี้ได้ด้วยการเปลี่ยนแปลง
1. ทางร่างกาย คือหายใจเข้า หายใจออก
2. ทางใจ คือ คิดหาวิธี ที่จะให้ตนเองสบาย

โดย / Posted by :คนไทยแท้ ๆ พุทธ แท้ๆ ไม่เคยเปลี่ยน ศาสนา
Time :15/8/2552 22:41:29
ใช่คะ ทุกคนที่เกิดมาบนโลก มนุษย์ฝ่ายเนื้อหนังตกต่ำอยู่ภายใต้ความบาป ต้องตายคะ (ค่าจ้างของความบาปคือความตาย) ฝรั่งก็ต้องตาย บาทหลวงก็ต้องตายเหมือนกันด้วยคะ

แต่ที่บอกว่ามีชีวิตนิรันดร์นั้นหมายถึง วิญญาณคะ วิญญาณจะไม่พินาศคะ

เราก็สามารถตอบได้แค่นี้คะ พอดีผ่านมา พี่น้องคนอื่นๆๆ ลองช่วยกันตอบดูนะคะ
โดย / Posted by :เชื่อพระเจ้า จะได้รับชีวิตนิรันดร์
Time :21/8/2552 17:20:38
โดย / Posted by :คนไทยแท้ ๆ พุทธ แท้ๆ ไม่เคยเปลี่ยน ศาสนา Time :15/8/2552 22:41:29
ขอถาม1ข้อนะคับ คุณเคยศึกษาตำรา ของพุทธแล้วยังคับ ผมขอแนะนำนะว่าอย่าโจมตีศาสนา นะคับเพราะมันบ่งบอกถึงตัวนาย ถ้านายอยากรู้ นายลองแสวงหาพระเจ้าดูแล้วนายจะได้รู้ว่า พระเจ้ามีอยู่จริงไหม สุดท้าย เราอยากไห้นายหลับมาอ่านข้อความนี้ที่เราได้เขียนไป และขอไห้นายลด ความโอหังของนายแล้วแสวงหาก่อนที่จะดูถูก พระเจ้า ปล. พระเจ้าให้อภัยเจ้าเสมอ เอเมน
โดย / Posted by :ผู้เชื่อในพระเจ้าและแสวงหา
Time :3/9/2552 22:34:48
สวัสดีครับ ผมคนหนึ่งที่รู้ว่าทุกคนยังตกอบู่ในความสงสัย สงสัยว่า พระเจ้ามีจริงไหม พระเจ้ามีจริงยะฮู้ คุณต้องเห็นตัวคุณเองว่าคุณมีความสะอาดกาย สะอาดใจแล้วหรือยัง ถ้าคุณจะเดินเข้าไปหาพระเจ้าหรือรู้จัก คุณก็ควรรู้จักการปฎิบัติ กาย วาจาและใจ เพราะถ้ายังไม่ปฎิบัติถึงพร้อมแล้ว คุณนั่นแหละ จะเดือดร้อน เพราะกริยาตัวคุณเอง ฮะๆๆ รู้จักบาปไหม นี่แหลัเหตุผลที่มนุษย์ ที่ยังไม่พร้อมไม่สามารถสัมผัสพระเจ้า หรือคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ คุณต้องมองตัวคุณเองนะครับ ถ้าคุณยังไม่มองตัวเอง คุณก็จะไม่พบพระเจ้า หรือคำสอนของพระพุทธเจ้า ปล เราลงมาโลกนานแต่ใครจะรู้เล่าว่าเรามีอยู่จริง(พระเจ้าที่โลกลืม)
โดย / Posted by :พระเจ้าที่โลกลืม
Time :8/2/2553 17:08:18
เชื่อก็รอด

ถ้าท่านเชื่อก็รอด นี่เป็น ข้อเรียกร้องของพระเจ้า ที่ง่ายๆ แต่ มีเวลาที่จำกัด คือ ท่านต้องเชื่อ ก่อนที่ ท่านจะตายไป ท่านต้องเชื่อก่อนที่พระเยซูจะเสด็จกลับมาอีกครั้งหนึ่ง. มิเช่นนั้น ผลลัพท์ ของการที่ไม่เชื่อพระเยซู คือ ความพินาศ ต้องตกลงใน บึงไฟ หรือ ที่คน ไทยเราเรียกว่า นรก นั่นแหละ

พระองค์ ไม่ได้ดูว่า เราเป็นคนรวย หรือ คนจน , เราเป็นคนดี หรือ คนชั่ว แต่ พระองค์ทรงดูเพียงแค่ว่า ท่าน เชื่อพระเจ้าหรือไม่ ถ้าเชื่อก็รอด จากบึงไฟ และ ได้ ... ได้ ... ได้ ได้อะไร....นั่นคือ ได้ ชีวิตนิรันดร์

ชีวิตนิรันดร์ คือ อะไร
- ชีวิตนิรันดร์ ไม่ใช่ว่า ต่อไปนี้ ฉันเชื่อพระเยซู ว่าเป็น พระเจ้า ฉันก็จะเป็นหนุ่ม เป็นสาว ตลอดไป ไม่ตาย แต่.... ชีวิตนิรันดร์คือ ชีวิตของพระเจ้า คือ กายของเราจะต้องตาย แต่ วิญญาณของเราไม่ตาย เมื่อ ท่านตายไป ร่างกายของเรา ซึ่งเดิม ถูกสร้างมาจาก ผงคลีดิน ตามที่ได้บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ ก็ต้องกลับสู่ดิน แต่วิญญาณหล่ะ หลังความตาย คนที่ไม่เชื่อต้องอยู่ในบึงไฟ ที่เต็มไปด้วย ไฟแห่งการเผาผลาญ ไม่มีน้ำสักหยด และ มิใช่ถูกเผาแค่วันเดียว แต่ ต้องถูกไฟนี้ เผาผลาญตลอดไป ชั่วนิจนิรันดร์

แต่หากท่านเชื่อพระเยซู เมื่อกายของท่านตายไป วิญญาณของท่านจะอยู่ในที่ๆหนึ่งเรียกว่า สวนบรมสุขเกษม ดังตัวอย่าง ที่พระเยซู ได้กล่าวไว้ และถูกบันทึกไว้ในหนังสือ ลูกา เรื่อง เศรษฐี กับ ลาซะโร
โดย / Posted by :เรื่อง เศรษฐี กับ ลาซะโร
Time :11/11/2553 13:20:41
เศรษฐี กับ ลาซะโร

ในหนังสือลูกา ได้บันทึกไว้ว่า พระเยซู ทรงกล่าว คำอุปมา เรื่องเศรษฐีกับลาซะโร จึงเป็นคำตอบให้กับเราว่า เมื่อตายแล้วจะไปไหน

มีเศรษฐีอยู่คนหนึ่ง สวมใส่ ผ้าสีม่วง (ซึ่งในสมัยก่อน เป็นผ้าที่กษัตริย์ใส่กัน) และ กินอาหารอย่างประณีต (คือ อาหารทุกอย่างล้วน เป็นอาหารที่ดีเลิศ ทำและตกแต่งอย่างประณีต) อยู่ในบ้านหลังโต ส่วนอีกคนหนึ่งชื่อ ลาซะโร

ลาซะโร เป็นขอทาน และลำตัวเต็มไปด้วย บาดแผล ทุกวัน เขาจะมาขอเศษอาหาร ที่เหลือ จากเศรษฐี อยู่ที่หน้าบ้าน ของเศรษฐีผู้นี้ แต่ สิ่งทีเศรษฐี นี้ทำคือ ส่งสุนัข ออกมาต้อนรับ ลาซะโร แต่สุนัขเหล่านี้ ก็มิได้กัดลาซะโร แต่มาเลียแผลที่มีอยู่เต็มตัวของเขา เป็นเช่นนี้ จนวันหนึ่ง ทั้ง เศรษฐีและลาซะโร ได้ตายไป

เมื่อตายไป ที่อยู่ของเศรษฐี คือ บึงไฟ ที่เต็มไปด้วยไฟ เผาผลาญ อยู่ตลอดเวลา ไม่มีน้ำสักหยด แต่ ที่อยู่ของลาซะโร คนขอท่าน แต่เชื่อพระเจ้า กลับอยู่ใน สวนบรมสุขเกษม ในอ้อมอกของอับราฮาม

วันหนึ่งเศรษฐี จึงพูดกับ ลาซะโรว่า ขอน้ำสักหยดให้เขาหน่อย แต่ ลาซะโร กลับตอบว่า ระหว่างเขา กับ เศรษฐี มีเหวลึก และ กว้างใหญ่ ขวางกั้นอยู่ ไม่ว่าเขา หรือ เศรษฐีจะข้ามมา ก็ล้วน เป็นไปไม่ได้ เขาจึงขอร้องให้ลาซะโร ไปบอก ญาติมิตรของเขาที่ยังไม่ตาย เพื่อลูกหลาน ญาติมิตรของเขา จะได้รู้และ รีบเชื่อพระเยซู แต่ ลาซะโร ก็ทำไม่ได้เช่นกัน เพราะ บนแผ่นดินโลก มีผู้ที่คอยประกาศเรื่องพระเยซูอยู่แล้ว ถ้าขณะที่ พวกเขายังมี ชีวิตอยู่ และ รับเชื่อ เขาก็จะได้ชีวิตนิรันดร์ และ อยู่ในสวนบรมสุขเกษม

ฉะนั้น วันนี้ทำไมเศรษฐีจึงต้อง ตกนรก แล้วลาซะโร ผู้เป็น ขอทาน จึงได้ ขึ้นสวรรค์ เป็นเพราะ เศรษฐีเป็นคนเลว แต่ ลาซะโรเป็นคนดี ใช่หรือไม่ - ตอบ ไม่ใช่ แต่เพราะ ลาซะโร เชื่อพระเจ้า เชื่อว่า พระเยซูเป็นพระเจ้า ถึงแม้เขาจะยากจน แต่ เขามีใจที่ถ่อมลง มีใจที่บริสุทธิ์ เขาจึงได้เชื่อพึ่ง วางใจ ในพระเยซู เขาจึงรอด

หากวันนี้ให้ท่านเลือก ว่า ท่านอยากจะเป็น เศรษฐีหรือลาซะโร แล้วท่านจะ อยากเป็นใครที่สุด
- มีคนหนึ่ง เคยตอบว่า ตอนอยู่บนโลก อยากเป็นเศรษฐี แต่ พอตายไปแล้ว อยากเป็นลาซะโร เช่นนี้ ท่านก็ต้องเชื่อพระเจ้าตั้งแต่วันนี้ ในวันที่ ท่านยังมีโอกาส
โดย / Posted by :เรื่องเศรษฐีกับลาซะโร เศรษฐี กับ ลาซะโร เศรษฐี กับ ลาซะโร
Time :11/11/2553 13:42:52
จะเชื่อพระเจ้าได้อย่างไร

การเชื่อพระเจ้านั้นง่ายยยยยยยยยยยยย มาก ก็แค่ง่ายๆเท่านั้น เหมือนนับเลข 1 2 3 เชื่อพระเยซู ก็รับความรอด แค่เชื่อก็รอด เชื่อว่า พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า เป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากท่ามกลางคนตาย บัดนี้ พระองค์ ทรงเป็น พระวิญญาณผู้ประทานชีวิตให้ ผู้ใดที่ เชื่อเข้าสู่พระองค์ ก็รอด ได้รับ ชีวิตนิรันดร์ ซึ่งชีวิตนี้ ก็คือ ชีวิตของพระเจ้า องค์นิรันดร์ พระเจ้าพระผู้สร้าง จักรวาลนี้ พระเจ้าผู้ดำรงอยู่ในนิรันดร์กาล และ ดำรงอยู่สืบๆไปเป็นนิจ

ร้องจากวิญญาณ ที่อยู่ส่วนลึกสุดของท่านว่า โอพระเยซู ๆๆๆๆ ข้าพเจ้าต้อนรับพระองค์ ข้าพเจ้าเป็นคนบาป ข้าพเจ้าเชื่อพระองค์ ต้อนรับพระองค์ เป็นชีวิตของข้าพเจ้า ขอพระองค์ทรงเปลียนแปลงข้าพเจ้า ด้วยพระนิสัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ให้ข้าเหมือนกับพระองค์ทั้งชีวิต และ นิสัย แต่มิใช่ฐานันดรของพระองค์
โดย / Posted by :จะเชื่อพระเจ้าได้อย่างไร จะเชื่อพระเจ้าได้อย่างไร
Time :11/11/2553 13:49:36
หากท่านกำลังแบบถังน้ำอยู่2ถัง หนักมาก แล้วมีคนๆหนึ่ง มาพูดกับท่านว่า ท่านต้องแบกอย่างนี้ๆ ท่านี้ ถึง ท่าแบกน้ำที่ถูกต้อง แต่กลับมีอีกคนหนึ่งมา แล้วบอกกับท่านว่า "มาเราจะแบกให้เจ้าเอง ต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องแบกอีกต่อไป" หากเป็นท่าน ท่านจะเลือก คนที่1 หรือ คนที่2

- ทุกคนก็จะตอบว่าคนที่2 ซึ่งก็คือ พระเยซู วันนี้พระองค์ ทรงตรัสว่า "บรรดาผู้ที่เหน็ดเหนื่อยจงมาหาเรา..." และ พระองค์จะเป็นผู้แบกแอกเหล่านั้นทั้งหมดให้ พระองค์มิได้สอนเราให้แบก มิได้สอนเราว่าเราจะรอดอย่างไร จาก การเมาสุรา ความเสเพล การล่วงประเวณ การโกหก อารมณ์ร้าย การฆ่าคน แต่ พระองค์มาเพื่ออภัยบาปให้กับเรา และ แบกบาปทั้งหมดของเรา ชำระบาปทั้งสิ้นของเรา เพียงแต่เราเชื่อ เชื่อ เชื่อ เท่านั้นมอบทุกสิ่งให้กับพระองค์
โดย / Posted by :สมาคมคนเหน็ดเหนื่อย ช่วยด้วย
Time :11/11/2553 13:55:26
ผมเรียนโรงเรียนพุทธมาตลอดครับ แต่ที่ผมสังเกตุได้คือ ศาสนาพุทธแตกต่างกับศาสนาคริสต์อย่างไร คือ ศาสนาพุทธ ไม่เคยบอกว่า เขาเป็นพระเจ้า ไม่เคยบอกว่า รักผม ไม่เคยบอกว่า รักมนุษย์โลก ไม่เคยบอกว่า สามารถช่วยผมให้รอดได้

แต่ ศาสนาคริสต์บอกว่า พระเยซูเป็นใคร พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า พระเยซูรักผม พระเยซูช่วยผมให้รอดได้ พระเยซูชำระบาปให้ผมได้ ซึ่งการชำระนี้ ไม่ใช่การชำระธรรมดา แต่ในพระคัมภีร์ บอกว่า ชำระบาปจนขาวดุจ หิมะ และ ขนแกะ. หิมะ ขาวแค่ไหน ทำไมคนที่เล่นสกีต้องใส่แว่นกันแดด ไม่เช่นนี้ตาของเขาจะเป็นอย่างไร แล้วขนแกะ ขาวขนาดไหน เป็นความ ขาวอย่างธรรมชาติ ด้วย เกิดมาก็ขาว ไม่ต้องทำให้ขาว
โดย / Posted by :พระเยซูรักเรา พระเยซูคือใคร
Time :11/11/2553 14:01:34
ของขวัญที่ดีที่สุด ของขวัญที่ดีที่สุด ของขวัญที่ดีที่สุด ของขวัญที่ดีที่สุด ก็คือ ตัวของพระเจ้าเอง

ของขวัญที่ดีที่สุดคืออะไร ก็คือ ชีวิตนิรันดร์ มีพระองค์ก็มีทุกสิ่ง มีพระองค์ก็ไม่ขาดสิ่งใดอีก พระองค์ทรงเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด เป็นสามีที่แท้จริง เป็นที่ปรึกษาองค์นิรันดร์ เป็นพระเจ้า เป็นที่พึ่ง เป็นความรัก เป็น ความอิ่มหนำ เป็น สันติสุข ที่ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงินทอง

โดย / Posted by :ของขวัญที่ดีที่สุดในโลกคืออะไร ของขวัญที่ดีที่สุด ในจักรวาล
Time :11/11/2553 14:05:35
คนในโลกนี้มี 2 ประเภทครับ
1.คนที่รู้ตัวเองว่าเป็นคนบาป
2.คนบาปที่คิดว่าตัวเองเป็นคนดี
คนที่จะสามารถพบพระเยซูและได้รับความรอดจากพระเยซู คือ คนที่รู้ว่าตัวเองมีบาปครับ
โดย / Posted by :kiit
Time :8/3/2555 19:48:14
พระเจ้ามีจริง 100000000000000000%
ความบาปนี้แหล่ะ ที่ทำให้คนบนโลกไม่รู้จักพระเจ้า
หากท่านผู้เป็นมนุษย์ที่คิดว่ามีสติปัญญา ทำไมท่านไม่ลองอ่านพระคำภีร์ดู อ่ะ อ่ะ แต่ระวังน่ะ
ถึงแม้มีหูท่านก็ไม่ได้ยิน (ไม่เข้าใจ) มีตา (ก็ไม่ได้เห็น) เพราะ ท่านได้ยิน ได้เห็น หรือได้เข้าใจแค่เนื้อหนัง ภายนอกเท่านั้น ความบาปมาขวางท่านไว้ เหมือนเมล็ดพืชที่ตกบนพื้น ไม่ทันลงดินก็โดนนกมาจิกกิน
พระเจ้าสร้างสรรพสิ่ง เป็นแหล่งความจริงเนือโลกใบนี้
แค่ท่านใช้สติปํญญาของโลกใบนี้ที่มีแต่ความบาป แถมท่านไม่เปิดใจ คงยากที่ท่านจะพบกับพระเจ้า และความมหัศจรรย์ของพระองค์ เราขอยืนยัน พระเจ้าแท้มีองค์เดียว พระองค์ไม่ใช่มนุษย์ที่พยายามบางสิ่งบางอย่างหลุดพ้นแล้วออกจากโลกนี้ใบ ทิ้งไว้แค่ปริศนาให้มนุษย์ผู้มีบาปหาทางรอดกันเอาเอง มีปัญญาพอก็พิจารณาเองเถิด
Haleluya in the name of Jesus.
โดย / Posted by :mighty sheep
Time :12/7/2555 19:02:01
BY ROBERT G. BARBARIA หนังสือ สี่เล่มจากพระเจ้า เพื่อที่คุณจะไม่พลาดการแรบเจอร์ สามารถรับฟรีโดยส่งเมลล์มาที่ eurkarn111@gmail.com
มีคำแปลเป็นภาษาไทย


This is the MESSAGE given to John and the 144,000 TRIBULATION SAINTS, regarding MY BOOKS!


After my initial experience with GOD in 1997, I speak with THE LORD daily. In nearly all of our conversations, GOD reminds me of the pending RAPTURE that will soon occur. Most of the signs of the END-TIMES given throughout the Holy Bible have already happened, so it is just a question of what hour or day will the RAPTURE come, for it is certainly near and knocking at the door.

THE LORD has told me that the number of them that are taken in the first RAPTURE, the Rapture of the Church, is very small, and scripture calls this group "The BRIDE of CHRIST". It consists of only 800,000 adults and 9,600,000 children. When comparing this 10,400,000 people to the world’s 6,000,000,000 plus population, it represents less than one-tenth of one percent. The balance of the population that is LEFT BEHIND must then endure at least the first twenty-one months of the Great Tribulation, while waiting for the second RAPTURE to come, that which is called the "Rapture of the Tribulation Saints" along with the 144,000 Tribulation Saints taken in RAPTURE, will be taken 389,600,000 more people, and scripture calls these people the "Wedding Guests". This is ALL of the people that will be taken off the Earth from among the living, whom will enter into HEAVEN, after the MILLENNIUM PERIOD is complete.

So, contrary to what you have been taught by the Church, the number of people going to HEAVEN from among the living on the Earth during the END-TIMES is 400,000,000 people, out of the 6,000,000,000 plus that now populate the Earth. This represents about eight percent of the Earth’s total population. Of those remaining on the Earth after the Rapture of the Tribulation Saints, 2,000,000,000, one-third of them will be RESURRECTED from among the dead to live and REIGN with CHRIST during the one thousand years of Heaven on Earth, called the MILLENNIUM. These people are called by scripture the "Beheaded Souls" and they will not go to HEAVEN after the MILLENNIUM PERIOD is completed, but will rather return to the dust of the Earth. These are the people who are beheaded for refusing to take the "Mark of the Beast" and live and REIGN with CHRIST for one thousand years as a reward for their martyring themselves in the NAME of GOD and for the TESTIMONY of JESUS CHRIST.

The four books I have written for THE LORD are KEY to your not being "LEFT BEHIND" for these books will aid in your ability to RECEIVE the "LIVING WATERS" contained within the Word of GOD. These are the "LIVING WATERS" necessary for your HOLY SPIRIT BAPTISM, and "SAVING GRACE" called by JESUS CHRIST in scripture: "THE PROMISE OF THE FATHER"

ROBERT G. BARBARIA


NOTE:

THE LORD has told me that many of you who read this MESSAGE will refuse to believe it, even though it bears the TRUTH. Scripture supports everything being said in this MESSAGE, and WE will cite but a few of the applicable scriptures. First and foremost, in regard to the small numbers of people receiving the RAPTURE and an ETERNITY in HEAVEN, JESUS CHRIST says the following:

Matthew 7:13 ENTER YE IN AT THE STRAIT GATE: FOR WIDE IS THE GATE, AND BROAD IS THE WAY, THAT LEADETH TO DESTRUCTION, AND MANY THERE BE WHICH GO IN THEREAT:

Matthew 7:14 BECAUSE STRAIT IS THE GATE, AND NARROW IS THE WAY, WHICH LEADETH UNTO LIFE, AND FEW THERE BE THAT FIND IT.

These scriptures mean exactly what they say! MANY of you will take the road to DESTRUCTION, (meaning the road to HELL), while only a FEW of you will receive RAPTURE, and an ETERNAL PLACE in HEAVEN! Neither should you believe that just because you attend church every week, and proclaim yourselves to be Disciples for JESUS CHRIST, and call yourself a Christian because you have received a water baptism, that you are SAVED; for you are more than likely not. One can only be SAVED through HOLY SPIRIT BAPTISM and your attendance at church and water baptism means absolutely NOTHING! HOLY SPIRIT BAPTISM is a SPIRITUAL EVENT and not a carnal event such as a water baptism, and only comes to them that GOD has deemed to receive it! JESUS CHRIST says:

Matthew 7:21 NOT EVERY ONE THAT SAITH UNTO ME, LORD, LORD, SHALL ENTER INTO THE KINGDOM OF HEAVEN; BUT HE THAT DOETH THE WILL OF MY FATHER WHICH IS IN HEAVEN.

Matthew 7:22 MANY WILL SAY TO ME IN THAT DAY, LORD, LORD, HAVE WE NOT PROPHESIED IN THY NAME? AND IN THY NAME HAVE CAST OUT DEVILS? AND IN THY NAME DONE MANY WONDERFUL WORKS?

Matthew 7:23 AND THEN I WILL PROFESS UNTO THEM, I NEVER KNEW YOU: DEPART FROM ME, YE THAT WORK INIQUITY.

These last three scriptures refer to those of you whom attend church, and donate to the various charities, and even through prayer have successfully helped others. And, even though you may have received ANOINTING to perform GOD'S WORK, have not been BAPTIZED in the SPIRIT of GOD. Judas Iscariot was a classic case of this scenario. He also was baptized with water and ANOINTED, he cast out demons, healed the sick, and followed JESUS wherever HE went. However, Judas resides today in HELL!

GOD has told me that there will also be them of you that read this MESSAGE and say, "This man is only trying to frighten people so they might buy his books"! But I can tell you that I didn't write these books for THE LORD for profit, but rather to warn the people against being misled by the church. Throughout the entire HOLY BIBLE, GOD, MOSES, and JESUS CHRIST warns against being deceived by them claiming to serve GOD, but are rather the False Prophets of Satan. These False Prophets proclaim themselves to be Christians, and stand at the pulpits every Sunday and cite scripture. However, it must be remembered that when Satan approached JESUS in the wilderness, he also cited scriptures in an effort to DECEIVE JESUS.

Matthew 7:15 BEWARE OF FALSE PROPHETS, WHICH COME TO YOU IN SHEEP'S CLOTHING, BUT INWARDLY ARE RAVENING WOLVES.

Furthermore, in regard to the FOUR BOOKS I have written for GOD, they are also cited in HOLY scripture. And, many whom will read them will have their stomachs churned, because they will refuse to believe that the BIBLE'S TRUTH is so very different from that which had been taught to them by the Church. So be it that you either, serve your religion or SERVE GOD, for you cannot serve both!

Revelation 10:10 And I took the LITTLE BOOK out of the ANGEL'S hand, and ate it up; and it was in my mouth sweet as honey: and as soon as I had eaten it, my belly was bitter.

Revelation 10:11 And he said unto me, Thou must PROPHESY again before many peoples, and nations, and tongues, and kings.

This is the MESSAGE given to John and the 144,000 TRIBULATION SAINTS, regarding MY BOOKS!


โดย / Posted by :eurkarn
Time :14/1/2558 14:32:30
Revealing The Bible’s Truth

โดย / Posted by :eurkarn
Time :14/1/2558 15:15:43

ชีวิตที่เชื่อของเรา เป็นประจักษ์พยานที่ยอดเยี่ยมที่สุด ที่พระเจ้าทรงประทานให้..........

โดย / Posted by :Tik
Time :17/10/2558 17:20:05
แบ่งปันสิ่งที่ได้รับ
ข้อความ / Messege
รูปภาพ / Image
ชื่อ / Name
อีเมล์ / Email
ให้ใส่เป็นตัวเลขอารบิก
                    
Praise the Lord !
กลับสู่หน้าแรก / HOME
ศูนย์ฝึกฝนเต็มเวลา คริสเตียน / The Training for Christians
ห้องสมุดกิตติคุณแห่งประเทศไทย /พระคัมภีร์ฉบับฟื้นฟู / บทเพลง
RSG
Member
อ่าน! พระคำเพื่อการฟื้นฟูยามเช้า & แบ่งปันประสบการณ์
มอบถวายทรัพย์ / Box Offering
คำพยาน / Testimonies
รวมกระทู้ กระดานถาม-ตอบ / Webboard of Christians
มุมเด็ก / Children
ติดต่อเรา โทร. 02 7465778 - 9
ตารางการอ่านพระคัมภีร์ / Bible Reading Schedule
วอลเปเปอร์พระคำพระเจ้า / Wallpaper
พระคัมภีร์ ฉบับฟื้นฟู / Bible Recovery Version
หนังสือสำหรับคริสเตียน Spiritual Books List
อ่าน! หนังสือบทเรียนชีวิต,เยเนซิศ,การทรงสร้างของพระเจ้า
แบบเรียนหลักความจริง / Truth Lesson
ความลี้ลับแห่งชีวิตมนุษย์
THE MYSTERY OF HUMAN LIFE
人生的奧秘
คริสตจักรท้องถิ่นในประเทศไทย / Churches in Thailand
คริสตจักร: ภาคใต้
ตารางการประชุมพิเศษ & การเคลื่อนไหวของคริสตจักร 2013
หัวข้ออธิษฐาน / Pray
รวมสรุป ฟื้นฟูยามเช้า MP3
The Line of Life in Genesis
About Us
คริสตจักรของท่านมีนามว่าอะไร?
嗎哪
เรื่องเล่าจากพระคัมภีร์ Bible Story
ซีดีเพลงเด็ก Children Songs CD
รวม MP3 ข่าวสารประชุมพิเศษ Church Conferences in Thailand
คู่มือสอนเด็กยุวชน Teaching children manual
中 文
English
Life Study Messages for download:
sms ! the word of God
How to read the words of God
Other Links
รวมเพลงคำขวัญ
หลักความเชื่อและภาคปฏิบัติของ
ค่ายกิตติคุณ / Gospel Trip
รวมเพลงเด็ก

ที่อยู่: 1200/238 หมู่บ้านรังสิยา อุดมสุข58 ถ.สุขุมวิท103 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260 .
 ADDRESS: 1200/238 UDOMSUK YEAK 58 SUKHUMVIT RD. BANGKOK 10260 THAILAND.
 Tel: (66) 2 7465778 - 9 Fax: (66) 2 7465190
webmaster@lordsrecoveryinthailand.org 
 
Free Hit Counter  
© 2017 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com